ประวัติอธิการบดี

Home » คณะผู้บริหาร » ประวัติอธิการบดี

    

ชื่อ-นามสกุล ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี
  เชื้อชาติ ไทย  สัญชาติ ไทย   ศาสนา พุทธ 
เกิดเมื่อ 29   เดือน  ธันวาคม  พ.ศ.  2490 
สถานที่เกิด กรุงเทพมหานคร 
ตำแหน่งทางวิชาการ ศาสตราจารย์พิเศษ 
อาชีพ ข้าราชการบำนาญ 
สถานที่ทำงาน มหาวิทยาลัยพะเยา 
โทรศัพท์ 0-5446-6666 ต่อ 1088 
     
คู่สมรส  ดร.มัทนี   สงวนเสริมศรี 
  เชื้อชาติ  ไทย  สัญชาติ ไทย   ศาสนา พุทธ 
ตำแหน่งทางวิชาการ รองศาสตราจารย์ 
อาชีพ ข้าราชการ 

 

สถานศึกษา ปีที่สำเร็จการศึกษา วุฒิการศึกษาและสาขาวิชาเอก
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย                  
2515
เภสัชศาสตรบัณฑิต (ภ.บ.)
มหาวิทยาลัยมหิดล                                     
2519
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม) ชีวเคมี
มหาวิทยาลัย Cambridge ประเทศอังกฤษ     
2523
Master of Philosophy (M.Phil) ชีวเคมี
มหาวิทยาลัย  Cambridge ประเทศอังกฤษ 
2525
Doctor of Philosophy (Ph.D) ชีวเคมี
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.40)
2541
ปริญญาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

 

ตำแหน่ง เริ่มต้น-สิ้นสุด
อาจารย์โท ภาควิชาชีวเคมี  คณะเภสัชศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2519-2526
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ระดับ 8 สาขาชีวเคมี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2526-2529
รองศาสตราจารย์ระดับ 9 คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2529-2537
รองศาสตราจารย์ระดับ 9 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
2538-2549
รองศาสตราจารย์ระดับ 10 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
2550-2551

 

ตำแหน่ง สถานที่ทำงาน ช่วง พ.ศ.ที่ทำงาน ลักษณะงาน(วิชาการ/บริหาร/บริการ)

รองคณบดีฝ่ายวิชาการคณะเภสัชศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2533-2534

บริหาร/วิชาการ

รักษาการคณบดีคณะเภสัชศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2533-2534

บริหาร/วิชาการ

ผู้ประสานงานโครงการจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์  

มหาวิทยาลัยนเรศวร

2534-2535

บริหาร/วิชาการ

ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการจัดตั้ง
คณะเภสัชศาสตร์

มหาวิทยาลัยนเรศวร

2535-2536

บริหาร/วิชาการ

รักษาการในตำแหน่งคณบดีคณะเภสัชศาสตร์

มหาวิทยาลัยนเรศวร

2536-2537

 บริหาร/วิชาการ

คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ 

มหาวิทยาลัยนเรศวร

2538-2544

บริหาร/วิชาการ

กรรมการสภามหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวร

2536-2552

บริหาร

กรรมการบริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวร

2536-2552

บริหาร

คณะอนุกรรมการโครงการจัดตั้ง
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวร

2537-2538

บริหาร

คณะอนุกรรมการโครงการจัดตั้ง
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวร

2538-2539

บริหาร

คณะอนุกรรมการโครงการจัดตั้ง
คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะสหเวชศาสตร์ 
มหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวร

2539-2541

บริหาร

ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์
การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวร

2539- 2541

บริหาร/วิชาการ

ผู้อำนวยการสำนักงาน โครงการจัดตั้ง
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

มหาวิทยาลัย
แม่ฟ้าหลวง

2541

บริหาร/วิชาการ

รักษาการในตำแหน่งรองอธิการบดี 
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

มหาวิทยาลัย
แม่ฟ้าหลวง

2542-2543

บริหาร/วิชาการ

กรรมการสภาเภสัชกรรม   2541-2542 บริหาร
อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวร

2544 – 2552
(19 ม.ค. 2552)
บริหาร
คณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช   2545-ปัจจุบัน วิชาการ/บริหาร
รองประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่ง ประเทศไทย (ทปอ.)   2546 บริหาร
กรรมการ อ.ก.ม.วิสามัญเกี่ยวกับกฎหมาย
การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์
  2546-2547 บริหาร
คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)   2547-2551 บริหาร
คณะกรรมการการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.)   2548-ปัจจุบัน บริหาร
คณะกรรมการการกองทุนบำเหน็จบำนาญ
ข้าราชการ (กบข.)
  2549-2550 บริหาร/บริการ
ประธานคณะกรรมการ Admissions and Assessment Forum   2550-2553 บริหาร
รองประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)   2550 บริหาร
ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)   2551 บริหาร
ประธานกรรมการโครงการจัดตั้งคณะ เภสัชศาสตร์ และร่างหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา   2552 – 2553
(มิ.ย.52-ก.พ.53)
บริหาร
ที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา   2552 -2553 บริหาร
ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ.....   2552 บริหาร
นายกสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
(ส.อ.ท.)
 

2552 – 2553
(ม.ค.52-มิ.ย.53)

 

ผู้แทนมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมชี้แจงต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ......

 

2552-2553
(ก.ย. 52–ม.ค.53)

บริหาร

รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ....
(สภาผู้แทนราษฎร)

 

2553
(ก.พ.–เม.ย.)

บริหาร

รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ....(วุฒิสภา)

 

2553
(เม.ย.–พ.ค.)

บริหาร

รักษาการเลขาธิการที่ประชุมอธิการบดี
แห่งประเทศไทย

 ทปอ.

2553
(ก.พ.–พ.ค.)

บริหาร

 อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา

มหาวิทยาลัยพะเยา 

ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2553

บริหาร

ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์พิเศษ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2552 - ประกาศจากสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 วิชาการ
ประธานกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา สมศ. 2554
(14 ก.พ.54)
บริหาร
คณะกรรมการบริหาร สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน)(สมศ.) สมศ. 2554
(มี.ค.54-มี.ค.56)
บริหาร
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสภาการศึกษา ด้านการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย สำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา 24 เมษายน 2555 - ปัจจุบัน บริหาร
รองประธานคณะอนุกรรมการสภาการศึกษา ด้านการบริหารและกระจายอำนาจทางการศึกษา สำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา 18 กรกฎาคม 2555 - ปัจจุบัน บริหาร
รักษาการในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร สมศ. สมศ. 25 กรกฎาคม 2555 - ปัจจุบัน บริหาร

 

               การที่ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเวลา  8 ปี ระหว่างปี 2544 - 2552  ทำให้เกิดผลงานด้านบริการวิชาการ และงานบริการสังคมเป็นจำนวนมาก ได้เน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ และศาสตร์ประยุกต์ต่างๆ สู่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการให้ความรู้จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัย โดยมุ่งพัฒนาประชากรของประเทศให้มีสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์ นำไปประพฤติปฏิบัติให้เป็นไปตามครรลองครองธรรม มุ่งให้บ้านเมือง มีความสงบ ประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างสันติ ซึ่งสรุปไว้เป็นจำนวนมาก ดังปรากฏใน เอกสารรายงานประจำปี 2551  ฉบับพิเศษ การพัฒนามหาวิทยาลัยนเรศวร ในรอบ 8 ปี 2544 - 2551
 

 

          1. ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล    สงวนเสริมศรี เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งและเป็นคนแรก โดยดำรงตำแหน่งอยู่ระหว่างปี 2538 - 2544 ซึ่งในระยะแรกเป็นหลักสูตรเภสัชศาสตร์ 5 ปี ต่อมาได้มีการพัฒนาเป็นหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต 6 ปี (สาขาวิชาบริบาลเภสัชกรรม) หรือ Doctor of  Pharmacy เป็นแห่งแรกของประเทศไทย นำไปสู่หลักการของสภาเภสัชกรรม ซึ่งเป็นสภาหลักของวิชาชีพเภสัชศาสตร์ โดยทำหน้าที่เป็นผู้อนุมัติใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม เป็นผลทำให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่มีคณะเภสัชศาสตร์ ต้องปรับหลักสูตรเป็น 6 ปีทั้งหมด (เนื่องจาก สภาเภสัชกรรมจะรับรองเฉพาะหลักสูตร 6 ปีเท่านั้น โดยเริ่มในปี 2554) ปัจจุบัน ทำให้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดเป็นคณะเภสัชศาสตร์ ชั้นนำของประเทศไทยและนานาชาติ ทั้งนี้ เป็นผลจากการได้รับการประเมินคุณภาพของบัณฑิตที่จบและผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารในระดับนานาชาติของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรจำนวนมาก ในแต่ละปี

          2. ปี 2542- 2543 ดำรงตำแหน่งรักษาการรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยรับผิดชอบฝ่ายวิชาการทำให้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้จัดทำหลักสูตรแล้วเสร็จ สามารถเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกปีการศึกษา 2542 ใน 2 สาขา คือ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และสาขาวิชาเทคโนโลยีการอาหาร

          3. ปี 2544 - 2552  ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร 2 สมัยติดต่อกัน  ได้สร้างความเจริญก้าวหน้าให้มหาวิทยาลัยในทุกด้าน ทั้งด้านวิชาการ การบริหาร การบำรุงศิลปวัฒนธรรม และการบริการวิชาการแก่สังคม ได้ผลักดันให้มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัย และได้รับการประเมินจาก ส.ม.ศ ซึ่งภาพรวมทุกด้านอยู่ใน เกณฑ์ดีมาก (คะแนน 4.56     จากคะแนน 5.00) ปัจจุบันมีอาจารย์ที่มีวุฒิการศึกษาในระดับปริญญาเอกตามสาขาต่างๆ เป็นจำนวนมาก รวมทั้งได้เปิดหลักสูตร ตรี-โท-เอก และประกาศนียบัตร จำนวน 189 สาขาวิชา ซึ่งในปีการศึกษา 2551 มีนิสิตจำนวนทั้งสิ้น  25,533 คน ที่ศึกษา ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ดังปรากฏในรายงานประจำปี 2551 ฉบับพิเศษ การพัฒนามหาวิทยาลัยนเรศวรในรอบ 8 ปี 2544 – 2551

          4. การพัฒนามหาวิทยาลัยนเรศวรพะเยา  เมื่อเข้ามารับหน้าที่ในตำแหน่งอธิการบดี ปี พ.ศ. 2544 ได้พิจารณาเห็นว่า วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา ควรที่จะได้รับการพัฒนาให้เป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ จึงได้ปรับระบบการจัดการเรียนการสอน จากระบบการสอนผ่าน VIDEO CONFERENCE SYSTEM (VCS) มาเป็นการจัดหาอาจารย์มาประจำ ทำการสอนในที่ตั้งถาวร โดยขอตั้งงบประมาณก่อสร้างอาคารสถานที่ เพิ่มหลักสูตรและสาขาวิชา เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศตามเป้าหมาย  ในปี พ.ศ. 2547    ได้นำเสนอ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมจังหวัดพะเยา ขอรับการสนับสนุนการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ เป็นผลให้มีมติคณะรัฐมนตรีรองรับการพัฒนาตั้งแต่นั้นมา ในปี 2551 สภามหาวิทยาลัยได้เปลี่ยนชื่อ วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา เป็น มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา และปรับปรุงระบบบริหาร จากการเตรียมความพร้อมการเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ การพัฒนาด้านต่างๆ ได้อาศัยมติ ค.ร.ม. ดังกล่าวพัฒนามหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ให้มีความเจริญก้าวหน้าตลอดมา ทั้งด้านวิชาการ ด้านอาคารสถานที่ และด้านบุคลากร ทำให้สามารถรับนิสิตเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เป็นการให้โอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้กับนักเรียนในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนบน ปัจจุบันมีนิสิตในระดับปริญญาตรี – โท – เอก รวม 12,004 คน เปิดทำการสอน 68 สาขาวิชา

          5. ดำรงตำแหน่งรองประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยในปี 2550 และ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยในปี 2551 ตามลำดับ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์ประกอบของคะแนนในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในระบบกลาง โดยในปีการศึกษา 2553 ได้เน้นการนำผลการเรียนในห้องเรียนของนักเรียนแต่ละคน ตามโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายของนักเรียน รวมกับคะแนนที่ได้จากการวัดศักยภาพ และความถนัดในการเข้าศึกษาในขั้นอุดมศึกษาในสาขาต่างๆ ส่งผลให้นักเรียนต้องสนใจการเรียนในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 -5-6) มากขึ้น ซึ่งแต่เดิมนักเรียนจะไม่สนใจ และจะสนใจเฉพาะข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักเรียนแต่ละคนในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทั้งระบบรับตรงและรับกลาง ผลที่ตามมา คือ มหาวิทยาลัยจะได้นักศึกษาตามความถนัดและศักยภาพของนักเรียน เพื่อจบเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพในอนาคต ซึ่งโครงสร้างประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ  
            1.  คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ GPAX  
            2.   คะแนนแบบทดสอบการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือ O-NET
            3.  ความถนัดทั่วไป (General Aptitude Test) หรือ GAT และ
            4.  คะแนนทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ (Professional Aptitude Test หรือ PAT)

          6. การผลิตแพทย์ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข แนวคิดการผลิตแพทย์ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีระบบการจัดการเรียนการสอน ดังนี้ คือ ปี 1-3 ซึ่งเป็นชั้น Pre-med และ Pre-clinic เรียนที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ชั้นปี 4-5-6 ชั้น Clinic เรียนที่ โรงพยาบาลในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นการปรับรูปแบบใหม่ของการผลิตแพทย์ โดยเป็นการร่วมมือระหว่าง 2 กระทรวง คือ กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข ทำให้เป็นการใช้ทรัพยากรบุคคลระหว่างสองกระทรวงอย่างมีประสิทธิภาพ (รูปแบบเดิมของการเรียนแพทย์ ซึ่งมีหลักสูตร 6 ปี จะเรียนที่คณะแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยทั้ง 6 ชั้นปี) โดยที่ผ่านมาได้ใช้โรงพยาบาลพุทธชินราชจังหวัดพิษณุโลกเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของการผลิตแพทย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเริ่มปีละ 30 คน ปัจจุบันผลิตแพทย์ได้ปีละ 60 คน ต่อมาได้ขยายโครงการผลิตแพทย์ในลักษณะนี้โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลต่างๆ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข คือ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ โรงพยาบาลตาก โรงพยาบาลพิจิตร โรงพยาบาลแพร่ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และในปี 2550 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เปิดโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ณ จังหวัดพิษณุโลก ทำให้สามารถผลิตแพทย์เพิ่มได้อีกไม่ต่ำกว่าปีละ 30 คน    กล่าวโดยสรุป คือ จากการที่คณะแพทยศาสตร์ได้ร่วมกับโรงพยาบาลสาธารณสุข 6 แห่งที่กล่าวข้างต้น รวมกับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ผลิตแพทย์ไปแล้ว ไม่ต่ำกว่า 7 รุ่น จำนวนประมาณ 500 คน (ปัจจุบันมหาวิทยาลัยนเรศวร สามารถรับนักศึกษาแพทย์ได้รุ่นละ 150 คน และมีโครงการที่จะขยายรับรุ่นละ 210 คน ในอนาคต ) จากการร่วมมือของโรงพยาบาลต่างๆ ทั้ง 7 แห่ง ผลที่ได้รับ ก็คือ เป็นการเพิ่มโอกาสให้นักเรียนในต่างจังหวัดได้เรียนแพทย์ และลดการขาดแคลนแพทย์ ซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงของประเทศไทยในขณะนี้

          7. การเปิดโรงเรียนมัธยมสาธิต มหาวิทยาลัยนเรศวร การขาดแคลนโรงเรียนที่ได้มาตรฐานในการสอนวิทยาศาสตร์และภาษา เป็นปัญหาสำคัญของเยาวชนในต่างจังหวัด และมีผลกระทบต่อบุตร/ธิดาของอาจารย์ และข้าราชการ และผลกระทบดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งในการที่จะให้ข้าราชการเหล่านั้นทำงานในต่างจังหวัด และเพื่อเป็นการเพิ่มแรงจูงใจที่จะทำให้อาจารย์อยู่กับมหาวิทยาลัยนับเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากอาจารย์เป็นทรัพยากรสำคัญในการผลักดันมหาวิทยาลัยสู่ความก้าวหน้า แนวคิดนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี จึงได้ขออนุมัติสภามหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเปิดโรงเรียนมัธยมสาธิต ตั้งแต่ปี 2549 ปัจจุบันโรงเรียนมัธยมสาธิตแห่งนี้ มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมาก และเป็นที่นิยมของอาจารย์ ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป ที่ต้องการส่งลูกหลานเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้
            นอกจากนี้ เพื่อให้อาจารย์ นิสิต นักศึกษา นักเรียน และประชาชนทั่วไป สามารถหาซื้อหนังสือต่างๆได้ง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย และมีราคาที่ไม่แพง จึงได้ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดร้านขายหนังสือ CU-NU-Book Store ขึ้น ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นร้านขายหนังสือขนาดใหญ่ เพื่อประโยชน์ในการบริการแก่ประชาชน ในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง และได้ดำเนินงานมาแล้วกว่า 6 ปี ปัจจุบันประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง

          8. หน่วยบริการเคลื่อนที่ Mobile Unit  มหาวิทยาลัยนเรศวร ตั้งอยู่ในชุมชนที่ต้องการพัฒนา และชุมชนเองก็หวังพึ่งพามหาวิทยาลัยในการที่จะเข้าไปพัฒนาให้ประชาชนในชุมชน  มีสุขภาพที่ดี และมีภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ได้เห็นความสำคัญถึงการที่มหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องเคลื่อนตัวออกจากที่ตั้ง เพื่อพบกับประชาชนและหน่วยงานราชการต่างๆ จึงได้จัดให้มี Mobile Unit ขึ้น โดยได้ออกปฏิบัติและดำเนินการมาหลายปีอย่างต่อเนื่อง และได้ปรับรูปแบบมาโดยตลอด ทำให้เข้าใจปัญหาทั้งทางด้านสุขภาพ ปัญหาทางด้านสังคม และปัญหาทางด้านเศรษฐกิจของประชาชน และผลจากการลงพื้นที่ ทำให้อาจารย์/นิสิต ได้นำปัญหาต่างๆมาทำการวิจัยเพื่อนำไปสู่การพัฒนาชุมชนและประเทศที่ยั่งยืน

          9. การจัดตั้งหน่วยงานต่างๆ เพิ่มเติมในมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นการกระตุ้นทำให้มหาวิทยาลัยนเรศวร เจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานท ี่ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ได้ริเริ่มจัดตั้งขึ้น ในขณะดำรงตำแหน่งอธิการบดี มีดังนี้ คือ 

        1. คณะนิติศาสตร์
        2. คณะสังคมศาสตร์
        3. คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์
        4. คณะสาธารณสุขศาสตร์
        5. วิทยาลัยนานาชาติ
        6. สถาบันเพิ่มความเข้มแข็งของชุมชน
        7. สถาบันบริหารการวิจัยและพัฒนา
        8. วิทยาลัยพลังงานทดแทน
        9. คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์
        10. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
        11. ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจมหาวิทยาลัยนเรศวร
        12. ศูนย์พม่าศึกษา
        13. ศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศภาคเหนือตอนล่าง
        14. ศูนย์วิจัยทางด้านนาโนเทคโนโลยีและวิศวกรรมชีวภาพทางการแพทย์
        15. ศูนย์วิจัยเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
        16. ศูนย์ทดสอบชีวมูลทางยา
        17. ศูนย์เทคโนโลยีทางสมุนไพร (Herb Technology)
        18. ศูนย์ปฏิบัติการทางดนตรี
        19. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม
        20. หน่วยประกันคุณภาพ
        21. หน่วยการศึกษาทางไกล
        22. ศูนย์บริการวิชาการ จังหวัดเชียงราย
          ฯลฯ   

          10. การร่วมมือกับต่างประเทศในการเปิดหลักสูตร
                10.1  ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ในขณะดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เห็นความสำคัญในการร่วมมือกับต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในระดับบัณฑิตศึกษา จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย  Southern Cross ประเทศ Australia ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการท่องเที่ยว จึงได้เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว โดยทำการเรียนการสอนที่ศูนย์วิทยบริการกรุงเทพมหานคร และเมื่อจบการศึกษาจะได้รับปริญญา ทั้งจากมหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัย Southern Cross ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลา 7 ปี พบว่า หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ตอบสนองความต้องการของผู้ดำเนินธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศเป็นอย่างมาก ดังเห็นได้จากจำนวนนิสิตที่ได้เข้าเรียนในแต่ละรุ่นเพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับ ความต้องการของประเทศในสาขานี้ด้วย

              10.2 การร่วมมือกับมหาวิทยาลัย New England ประเทศ Australia เพื่อการผลิตบัณฑิตหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต โดยมหาวิทยาลัย New England ได้นำตัวอย่างของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการร่วมผลิตแพทย์ โดยการใช้การเรียนการสอนชั้น Pre-med และ Pre-clinic ในมหาวิทยาลัย ส่วนการเรียนการสอนชั้น Clinic ใช้ที่โรงพยาบาลชุมชน ทำให้มหาวิทยาลัย  New England ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลประเทศ Australia ให้เปิด
คณะแพทยศาสตร์ และสามารถรับนักศึกษาแพทย์ได้ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 เป็นต้นมา ผลของการร่วมผลักดันโดยมหาวิทยาลัยนเรศวรครั้งนี้ ทำให้มหาวิทยาลัย  New England ได้มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนของโรงเรียนมัธยมสาธิต จำนวน 4 คน เพื่อไปศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ณ มหาวิทยาลัย New England และมีข้อตกลงร่วมกันในการแลกเปลี่ยนนิสิตแพทย์ ชั้น Clinic อีก 8 คน โดยเป้าหมายของโครงการจะเริ่มตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นไป

          11.  การผลักดันพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ....ออกเป็นกฎหมายประกาศใช้  ได้เป็นผลสำเร็จ
                 ในช่วงระยะเวลาที่ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ระหว่างปี พ.ศ. 2544 -2551 และต่อมา ได้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ได้รับมอบหมายจากสภามหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยนเรศวรในการติดตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ....มาโดยตลอด โดยการทำหน้าที่ประสานและเป็นผู้แทนในการชี้แจงข้อมูลกับรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 8 ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาพระราชบัญญัติทางการศึกษา ตลอดจนได้รับการแต่งตั้งเป็น คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ....(สภาผู้แทนราษฎร) และคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ....(วุฒิสภา) ในการพิจารณาพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. .... จนสามารถทำให้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อประกาศเป็นกฎหมาย เป็นผลทำให้เกิดมหาวิทยาลัยพะเยา แยกเป็นเอกเทศจากมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมหาวิทยาลัยพะเยา มุ่งกระจายโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชาชน และตอบสนองความต้องการทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการผลิตบัณฑิต ด้านการวิจัย ด้านการบริการวิชาการ และด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม นอกจากนี้ ยังเป็นการ แก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ การเมืองแบบยั่งยืนให้กับชาวพะเยา และจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ด้อยโอกาส

 

รางวัลเกียรติคุณ เหตุผลที่ได้รับ

2536  บุคคลากรดีเด่นมหาวิทยาลัยนเรศวร

- ทำคุณประโยชน์ด้านต่างๆ ให้กับ มหาวิทยาลัยนเรศวร

2544  รับโล่ประกาศเกียรติคุณ จากศูนย์ประสาน งานการศึกษา เภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศ.ศ.ภ.ท.)

- ทำความก้าวหน้าให้แก่การศึกษา ด้านเภสัชศาสตร์

2545  ศิษย์เก่าดีเด่น บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดลด้านบริหาร ประจำปี   2545

- ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของประเทศและวงการการศึกษา

2548  บุคลากรดีเด่น ด้านส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม   จังหวัดพิษณุโลก 2548

- ส่งเสริมสนับสนุนด้านศิลปวัฒนธรรมของ จังหวัดพิษณุโลก และประเทศไทย

2551  รับมอบเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูง  ด้านการศึกษา (Commandeur de Palmes Academigues)  กมมองเดอร์  เดอ ปาล์ม  อาคาเดมิกส์  จากรัฐบาลฝรั่งเศส    

- ส่งเสริมการสอนภาษาฝรั่งเศสในระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับอุดมศึกษา ตลอดจนส่งเสริม การศึกษาต่อใน ระดับปริญญาเอก ในประเทศฝรั่งเศส

2552  รับมอบเข็มและประกาศนียบัตร เสมาคุนูปการ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 117 ปี

- ส่งเสริมการเรียนการสอน ระดับอุดมศึกษา ตลอดจนพัฒนา การศึกษาไทย ในภาพรวม

2554 รับโล่ห์รางวัลนักเรียนเก่าดีเด่น "กัลปพฤกษ์ทอง" ประจำปี 2553 ของสมาคมนักเรียนเก่าราชาธิวาช  

 

ปี พ.ศ. เครื่องราชอิสริยาภรณ์
2537 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย
2540 ประถมาภรณ์ช้างเผือก
2544 เหรียญจักรพรรดิมาลา
2545 มหาวชิรมงกุฎไทย
2550 มหาปรมภรณ์ช้างเผือก