ชุดครุยแห่งความภูมิใจ คุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล

ชุดครุยของมหาวิทยาลัยพะเยา เป็นชุดครุยสีดำแบบสากล มีผ้าคล้องคอรูปใบโพธิ์สีม่วงเข้ม ซึ่งเป็นสีประจำมหาวิทยาลัยพะเยา หมวกสีดำห้อยพู่ สีประจำคณะวิชา และสิ่งที่ทำให้ชุดครุยโดดเด่นมีเอกลักษณ์ คือ แถบผ้าทอด้านหน้าทั้ง 2 ข้าง ประดับตามยาวของครุยที่เป็นผ้าฝ้ายทอมือ พื้นสีม่วงสอดดิ้นยกลายสีทองเป็นลวดลายงูลอย   ทอด้วยเทคนิคการทอแบบต่ำก๊าว (ในภาษาถิ่น ต่ำ/ตำ=ทอ,ก๊าว=ยก) ซึ่งเป็นลวดลายอันเป็นภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวไทลื้อในเขต อ.เชียงคำ จ.พะเยา และพื้นที่ใกล้เคียงมาช้านาน และมีความยากในการทอมากกว่าการทอลายทั่วๆไป

ชุดครุยแห่งความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยการนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เก่าแก่ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาวไทลื้อ มาประดับเป็นส่วนประกอบสำคัญบนเสื้อครุย อันเป็นการเชื่อมโยงคุณค่าภูมิปัญญาของชุมชนสู่ความเป็นสากลอย่างน่าภาคภูมิใจและกลมกลืน อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือกลุ่มชาวบ้านในจังหวัดพะเยา ให้มีงาน มีรายได้สู่ชุมชน  สอดคล้องกับปณิธานของมหาวิทยาลัยพะเยาที่ว่า ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน 

 

ศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา

มหาวิทยาลัยพะเยาได้จัดตั้งศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลบนพื้นที่กว่า 500 ไร่ นับว่าเป็นโรงเรียนแพทย์แห่งที่สองของภาคเหนือ ถัดจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ สร้างขึ้นเพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอน และการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพของนิสิตในสาขาวิชาแพทยศาสตร์  ทันตแพทยศาสตร์  เภสัชศาสตร์ แพทย์แผนจีน
แพทย์แผนไทยประยุกต์ และวิทยาศาสตร์สุขภาพทุกสาขาวิชา รวมทั้งให้บริการรักษาพยาบาล แก่บุคลากร นิสิตและประชาชน ในภูมิภาคล้านนาตะวันออก โดยได้เริ่มต้นดำเนินการก่อสร้างในระยะที่ 1 ถึง 3 ตั้งแต่ ปี 2556 เป็นต้นมา พร้อมให้บริการและรักษาพยาบาลได้ในปี พ.ศ. 2560 โดยเปิดเป็นอาคารผู้ป่วยนอก(
OPD) จำนวน 60 เตียง ซึ่งโครงการสร้างศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา ถือเป็นนโยบายสำคัญที่เป็นประโยชน์อย่างมากในด้านสาธารณสุขเพื่อยกระดับในการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ภูมิภาคล้านนาตะวันออก

 

ผสานการแพทย์ทางเลือกเข้ากับแผนปัจจุบัน เพื่อเพิ่มทางเลือกบริการสุขภาพให้กับชุมชน

            นอกจากศูนย์การแพทย์ฯ ของมหาวิทยาลัยพะเยาจะให้บริการสุขภาพด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันที่ทันสมัยแล้ว ยังได้ผสานการแพทย์ทางเลือกอื่น คือการแพทย์แผนไทย ทั้งเวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย นวดแผนไทย ผดุงครรภ์ และการแพทย์แผนจีนเข้าในแผนการรักษา เพื่อเพิ่มทางเลิกบริการสุขภาพให้กับประชาชน เป็นการผสมผสานวิธีการรักษาและส่งเสริมสุขภาพที่ประชาชนคุ้นเคยเข้ากับทฤษฎีทางการแพทย์สมัยใหม่และในอนาคตมหาวิทยาลัยพะเยาจะร่วมมือกับสมาเภสัชกรรมและศูนย์การศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศศภท.) จัดทำหลักสูตรเภสัชกรรมสมุนไพรเพื่อผลิตบุคลากรที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทยเข้ากับการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างเป็นรูปธรรม โดยการสนับสนุนของมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

 

คลินิกแพทย์แผนจีน

ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยพะเยาได้จัดตั้งคลินิกแพทย์แผนจีน เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ ฝึกงาน และให้บริการทางการแพทย์สำหรับประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นให้เป็นคลินิกตัวอย่างทางการแพทย์แผนจีนในเขตภาคเหนือ ในระยะแรกทางคลินิกมุ่งเน้นการรักษาด้วยการฝังเข็มเป็นหลัก โรคที่สามารถรักษาได้ด้วยการฝังเข็มได้แก่ กลุ่มอาการปวดต่างๆ โรคระบบประสาท โรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบทางเดินอาหาร กลุ่มอาการของสตรีวัยใกล้หมดประจำเดือน และลดอาการปวดประจำเดือน เป็นต้น

มหาวิทยาลัยยังเห็นความสำคัญของการใช้ภาษาจีนเป็นภาษาที่มีผู้ใช้มากเป็นอันดับต้นของโลกจึงได้ทำความร่วมมือกับ 3 มหาวิทยาลัยในสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อพัฒนาทักษะภาษาจีนให้กับนิสิตสาขาภาษาจีนและสาขาการแพทย์แผนจีน โดยส่งนิสิตไปศึกษาในประเทศจีนไม่น้อยกว่า 1 ปีการศึกษา เพื่อเพิ่มความสามารถของนิสิตในการใช้ภาษาจีน ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดแรงงานโลกได้

 

Campus Power on Smart Grid

            ด้วยวิกฤติทางด้านพลังงานของโลก ปัจจุบันจึงได้มีการพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid)    เพื่อใช้ในการจัดการระบบการผลิตและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ข้อมูลสารสนเทศ และคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถจัดการปริมาณการผลิตไฟฟ้าและจ่ายไปยังผู้ใช้ไฟกลุ่มต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้มาก

โครงการ Campus Power on Smart Grid เกิดขึ้นแห่งแรกในอาเซียน และเกิดขึ้นที่แรกในมหาวิทยาลัยพะเยาโดยการใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ผลิตกระแสไฟฟ้า โดยคอมพิวเตอร์ หรือระบบ IT แบบสมบูรณ์แบบในการควบคุมเพื่อเป็นต้นแบบระบบพลังทดแทนในประเทศไทย และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้สถาบันอื่น หรือผู้ที่สนใจ เข้ามาศึกษาเกี่ยวกับ Smart Grid อีกทั้งในอนาคตมหาวิทยาลัยพะเยาจะพัฒนาระบบเพื่อให้ชุมชนนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสม

 

จากรากหญ้าสู่สากล ยกระดับคุณภาพชุมชน

จากนโยบายในการพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน ตามปณิธานที่ว่า “ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน” จึงได้จัดทำโครงการ 1 คณะ 1 โมเดล เพื่อนำความรู้ทางด้านวิชาการของแต่ละคณะไปบูรณาการร่วมกันพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชนในจังหวัดพะเยาอย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดความต้องการของชุมชนเป็นหลักในการช่วยเหลือ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาได้ตรงจุด โดยแต่ละคณะจะเข้าไปดูแลพื้นที่ 1 อำเภอ ทั้งนี้ ผลการดำเนินโครงการปีที่ผ่านมาหลายโครงการประสบความสำเร็จ โดยเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านปริมาณและด้านคุณภาพแก่ชุมชน จนสามารถแก้ไขปัญหาชุมชนและชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ตามบริบทของชุมชน

           

6 ปี ที่ผ่านมา โดยการบริหารงานของ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดี มหาวิทยาลัยพะเยาได้ขับเคลื่อนภารกิจของความเป็นอุดมศึกษาที่เสมือนเป็นแหล่งปัญญาให้กับชุมชน เคียงคู่กับการยกระดับภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่การยอมรับในระดับสากล พร้อมกับการให้ความสำคัญต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างสรรค์บรรยากาศของมหาวิทยาลัยพะเยาที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามและมีสุขภาวะที่ดี ทำให้มหาวิทยาลัยพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ อยู่เคียงข้างชุมชนเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล และเป็นที่พึ่งของชุมชนได้อย่างลงตัว

 

รศ.ดร.ชาลี  ทองเรือง / ดร.รัฐภูมิ พรหมณะ : ตรวจทาน แก้ไข

 

 

 

 

 

 

' />

ข่าวประชาสัมพันธ์

มหาวิทยาลัยพะเยา 6 ปี ปลูกปัญญา จากรากหญ้าสู่สากล

 6 ปี ปลูกปัญญา จากรากหญ้าสู่สากล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยพะเยา ประจำปีการศึกษา 2557 และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระเกศ และทรงเบิกเนตรพระพุทธรูปนาคปรก ส.ธ. พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัยพะเยา ในวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 ณ หอประชุมพญางำเมือง มหาวิทยาลัยพะเยา

          ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ให้กับมหาวิทยาลัยพะเยา เป็นปีที่ 3 สำหรับปีนี้มีผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปี 2557 จำนวน 3,534 คน ประกอบด้วย ดุษฎีบัณฑิต จำนวน 2 คน มหาบัณฑิต จำนวน 349 คน และบัณฑิต จำนวน 3,183 คน และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระเกศ และทรงเบิกเนตรพระพุทธรูปนาคปรก ส.ธ. พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัยพะเยา

นอกจากนี้ มีผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายวีระยุทธ ปั้นน่วม ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทางด้านการเงินการคลัง ตอบสนองการพัฒนาในด้านต่างๆ ได้ตามเป้าหมายของแผนพัฒนาประเทศ ท่านที่สองคุณหญิงวรรณา  สิริวัฒนภักดี ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีทักษะทางด้านการจัดการธุรกิจ รวมทั้งเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการทำงานจนประสบความสำเร็จจนปรากฏเป็นที่ยอมรับแก่สาธารณชนโดยทั่วไปทั้งภายใน และต่างประเทศ และท่านสุดท้าย ศาสตราจารย์หวาง  เซิ่งเหลียง ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการแพทย์แผนจีน ในฐานะอธิการบดีมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนกว่างโจว เป็นผู้บุกเบิกความร่วมมือและแลกเปลี่ยนด้านการแพทย์แผนจีนศึกษากับนานาประเทศมากกว่า 50 ประเทศ รวมถึงมหาวิทยาลัยพะเยา รวมถึงมหาวิทยาลัยพะเยา ที่ร่วมกันผลิตบัณฑิตในสาขาการแพทย์แผนจีนท เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการแพทย์ทางเลือกของสังคม

6 ปี ปลูกปัญญา

ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา หลังจากยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศในกำกับของรัฐ ในชื่อมหาวิทยาลัยพะเยา นับตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 โดยมีปณิธาน “ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน”เป็นเป้าหมายร่วมของประชาคมภายใต้การดำเนินงานที่ประสานสอดคล้องระหว่างการกำกับดูแลนโยบายและทิศทางการพัฒนาโดยสภามหาวิทยาลัย ภายใต้การนำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ นายกสภามหาวิทยาลัย การบริหารงานของศาสตราจารย์พิเศษ ดร. มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา พร้อมทีมผู้บริหาร รวมทั้งความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในจังหวัดพะเยา ทำให้มหาวิทยาลัยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในพันธกิจทุกด้าน  โดยมีชุมชนในจังหวัดพะเยาและภาคเหนือตอนบนเป็นทั้งฐานของการเรียนรู้และเป็นเป้าหมายในการพัฒนาของมหาวิทยาลัย เพื่อการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยมีเป้าหมายผลิตบัณฑิตตอบสนองความต้องการของสังคมในทุกสาขา

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยพะเยายังมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับความหมายและคุณค่าของชุมชนเป็นหลักในการขับเคลื่อนพันธกิจของมหาวิทยาลัยเพราะชุมชนถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ มหาวิทยาลัยเปรียบเสมือนปัญญาช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน  ดังนั้น การนำ ปัญญา มาใช้เป็นจุดแข็งจะทำให้ชุมชนมีความรู้ เพื่อนำไปพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง หรือแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ด้วยเหตุและผล  อีกทั้ง การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน หรือปัญญาของชุมชน คือ การทำหน้าที่เป็นนักวิจัย นักวิชาการ ที่คอยให้คำแนะนำในโครงการต่างๆ ที่จะช่วยพัฒนาและแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

 

พระพุทธรูปนาคปรกประดิษฐานพระนามาภิไธย ส.ธ.

ในปี 2558 มหาวิทยาลัยได้รับพระราชทานพระราชานุญาตจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา 2 เมษายน 2558  โดยการจัดสร้างพระพุทธรูปนาคปรกประดิษฐานพระนามาภิไธย ส.ธ. ที่ขนดด้านหน้า เป็นพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นที่เคารพสักการะของผู้บริหาร คณาจารย์  บุคลากร นิสิตตลอดจนประชาชนทั่วไป พระพุทธรูปนาคปรก ส.ธ. มีขนาดความสูง 18.30 เมตร หน้าตักกว้าง 9 เมตร จำลองแบบมาจากพระพุทธรูปนาคปรกแห่งเมืองครหิ ที่สร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 18 พระหัตถ์ทั้งสองวางในลักษณะปางมารวิชัย ที่ด้านหน้าพระเมาลีมีรูปคล้ายใบโพธิ์ติดอยู่ที่สังฆาฏิพาดบนพระอังสาซ้ายพันทบกันเป็นริ้วๆประดิษฐานบนเนินเขา ด้านทิศใต้ใกล้อ่างเก็บน้ำภายในมหาวิทยาลัยพะเยา

 ชุดครุยแห่งความภูมิใจ คุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล

ชุดครุยของมหาวิทยาลัยพะเยา เป็นชุดครุยสีดำแบบสากล มีผ้าคล้องคอรูปใบโพธิ์สีม่วงเข้ม ซึ่งเป็นสีประจำมหาวิทยาลัยพะเยา หมวกสีดำห้อยพู่ สีประจำคณะวิชา และสิ่งที่ทำให้ชุดครุยโดดเด่นมีเอกลักษณ์ คือ แถบผ้าทอด้านหน้าทั้ง 2 ข้าง ประดับตามยาวของครุยที่เป็นผ้าฝ้ายทอมือ พื้นสีม่วงสอดดิ้นยกลายสีทองเป็นลวดลายงูลอย   ทอด้วยเทคนิคการทอแบบต่ำก๊าว (ในภาษาถิ่น ต่ำ/ตำ=ทอ,ก๊าว=ยก) ซึ่งเป็นลวดลายอันเป็นภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวไทลื้อในเขต อ.เชียงคำ จ.พะเยา และพื้นที่ใกล้เคียงมาช้านาน และมีความยากในการทอมากกว่าการทอลายทั่วๆไป

ชุดครุยแห่งความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยการนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เก่าแก่ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาวไทลื้อ มาประดับเป็นส่วนประกอบสำคัญบนเสื้อครุย อันเป็นการเชื่อมโยงคุณค่าภูมิปัญญาของชุมชนสู่ความเป็นสากลอย่างน่าภาคภูมิใจและกลมกลืน อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือกลุ่มชาวบ้านในจังหวัดพะเยา ให้มีงาน มีรายได้สู่ชุมชน  สอดคล้องกับปณิธานของมหาวิทยาลัยพะเยาที่ว่า ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน 

 

ศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา

มหาวิทยาลัยพะเยาได้จัดตั้งศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลบนพื้นที่กว่า 500 ไร่ นับว่าเป็นโรงเรียนแพทย์แห่งที่สองของภาคเหนือ ถัดจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ สร้างขึ้นเพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอน และการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพของนิสิตในสาขาวิชาแพทยศาสตร์  ทันตแพทยศาสตร์  เภสัชศาสตร์ แพทย์แผนจีน
แพทย์แผนไทยประยุกต์ และวิทยาศาสตร์สุขภาพทุกสาขาวิชา รวมทั้งให้บริการรักษาพยาบาล แก่บุคลากร นิสิตและประชาชน ในภูมิภาคล้านนาตะวันออก โดยได้เริ่มต้นดำเนินการก่อสร้างในระยะที่ 1 ถึง 3 ตั้งแต่ ปี 2556 เป็นต้นมา พร้อมให้บริการและรักษาพยาบาลได้ในปี พ.ศ. 2560 โดยเปิดเป็นอาคารผู้ป่วยนอก(
OPD) จำนวน 60 เตียง ซึ่งโครงการสร้างศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา ถือเป็นนโยบายสำคัญที่เป็นประโยชน์อย่างมากในด้านสาธารณสุขเพื่อยกระดับในการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ภูมิภาคล้านนาตะวันออก

 

ผสานการแพทย์ทางเลือกเข้ากับแผนปัจจุบัน เพื่อเพิ่มทางเลือกบริการสุขภาพให้กับชุมชน

            นอกจากศูนย์การแพทย์ฯ ของมหาวิทยาลัยพะเยาจะให้บริการสุขภาพด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันที่ทันสมัยแล้ว ยังได้ผสานการแพทย์ทางเลือกอื่น คือการแพทย์แผนไทย ทั้งเวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย นวดแผนไทย ผดุงครรภ์ และการแพทย์แผนจีนเข้าในแผนการรักษา เพื่อเพิ่มทางเลิกบริการสุขภาพให้กับประชาชน เป็นการผสมผสานวิธีการรักษาและส่งเสริมสุขภาพที่ประชาชนคุ้นเคยเข้ากับทฤษฎีทางการแพทย์สมัยใหม่และในอนาคตมหาวิทยาลัยพะเยาจะร่วมมือกับสมาเภสัชกรรมและศูนย์การศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศศภท.) จัดทำหลักสูตรเภสัชกรรมสมุนไพรเพื่อผลิตบุคลากรที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทยเข้ากับการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างเป็นรูปธรรม โดยการสนับสนุนของมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

 

คลินิกแพทย์แผนจีน

ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยพะเยาได้จัดตั้งคลินิกแพทย์แผนจีน เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ ฝึกงาน และให้บริการทางการแพทย์สำหรับประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นให้เป็นคลินิกตัวอย่างทางการแพทย์แผนจีนในเขตภาคเหนือ ในระยะแรกทางคลินิกมุ่งเน้นการรักษาด้วยการฝังเข็มเป็นหลัก โรคที่สามารถรักษาได้ด้วยการฝังเข็มได้แก่ กลุ่มอาการปวดต่างๆ โรคระบบประสาท โรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบทางเดินอาหาร กลุ่มอาการของสตรีวัยใกล้หมดประจำเดือน และลดอาการปวดประจำเดือน เป็นต้น

มหาวิทยาลัยยังเห็นความสำคัญของการใช้ภาษาจีนเป็นภาษาที่มีผู้ใช้มากเป็นอันดับต้นของโลกจึงได้ทำความร่วมมือกับ 3 มหาวิทยาลัยในสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อพัฒนาทักษะภาษาจีนให้กับนิสิตสาขาภาษาจีนและสาขาการแพทย์แผนจีน โดยส่งนิสิตไปศึกษาในประเทศจีนไม่น้อยกว่า 1 ปีการศึกษา เพื่อเพิ่มความสามารถของนิสิตในการใช้ภาษาจีน ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดแรงงานโลกได้

 

Campus Power on Smart Grid

            ด้วยวิกฤติทางด้านพลังงานของโลก ปัจจุบันจึงได้มีการพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid)    เพื่อใช้ในการจัดการระบบการผลิตและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ข้อมูลสารสนเทศ และคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถจัดการปริมาณการผลิตไฟฟ้าและจ่ายไปยังผู้ใช้ไฟกลุ่มต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้มาก

โครงการ Campus Power on Smart Grid เกิดขึ้นแห่งแรกในอาเซียน และเกิดขึ้นที่แรกในมหาวิทยาลัยพะเยาโดยการใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ผลิตกระแสไฟฟ้า โดยคอมพิวเตอร์ หรือระบบ IT แบบสมบูรณ์แบบในการควบคุมเพื่อเป็นต้นแบบระบบพลังทดแทนในประเทศไทย และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้สถาบันอื่น หรือผู้ที่สนใจ เข้ามาศึกษาเกี่ยวกับ Smart Grid อีกทั้งในอนาคตมหาวิทยาลัยพะเยาจะพัฒนาระบบเพื่อให้ชุมชนนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสม

 

จากรากหญ้าสู่สากล ยกระดับคุณภาพชุมชน

จากนโยบายในการพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน ตามปณิธานที่ว่า “ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน” จึงได้จัดทำโครงการ 1 คณะ 1 โมเดล เพื่อนำความรู้ทางด้านวิชาการของแต่ละคณะไปบูรณาการร่วมกันพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชนในจังหวัดพะเยาอย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดความต้องการของชุมชนเป็นหลักในการช่วยเหลือ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาได้ตรงจุด โดยแต่ละคณะจะเข้าไปดูแลพื้นที่ 1 อำเภอ ทั้งนี้ ผลการดำเนินโครงการปีที่ผ่านมาหลายโครงการประสบความสำเร็จ โดยเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านปริมาณและด้านคุณภาพแก่ชุมชน จนสามารถแก้ไขปัญหาชุมชนและชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ตามบริบทของชุมชน

           

6 ปี ที่ผ่านมา โดยการบริหารงานของ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดี มหาวิทยาลัยพะเยาได้ขับเคลื่อนภารกิจของความเป็นอุดมศึกษาที่เสมือนเป็นแหล่งปัญญาให้กับชุมชน เคียงคู่กับการยกระดับภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่การยอมรับในระดับสากล พร้อมกับการให้ความสำคัญต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างสรรค์บรรยากาศของมหาวิทยาลัยพะเยาที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามและมีสุขภาวะที่ดี ทำให้มหาวิทยาลัยพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ อยู่เคียงข้างชุมชนเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล และเป็นที่พึ่งของชุมชนได้อย่างลงตัว

 

รศ.ดร.ชาลี  ทองเรือง / ดร.รัฐภูมิ พรหมณะ : ตรวจทาน แก้ไข

 

 

 

 

 

 

ที่มา :    แก้ไขล่าสุดโดย: suttikran.kh วันที่: 18 Feb 2016 17:23