มหาวิทยาลัยพะเยาประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในเวทีนวัตกรรมระดับประเทศ หลังทีมนิสิตสาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ คว้า 2 รางวัลใหญ่จากผลงาน “เกสรเทียมจากปลาทะเล” และ “วัสดุเพาะเลี้ยงด้วง BeetleFlora Plus” สะท้อนศักยภาพการวิจัยขั้นสูงและการหลอมรวมองค์ความรู้เพื่อตอบโจทย์ภาคเกษตรกรรมอย่างแท้จริง เผยเบื้องหลังความสำเร็จเกิดจากการลงพื้นที่ทำงานร่วมกับเกษตรกรตลอดปิดภาคเรียน มุ่งเน้นการสร้างผลประโยชน์ต่อนิสิต การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย และการนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
ความสำเร็จแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ในเวทีประกวดระดับประเทศ “The 4th Young Ocean for Life Innovation Challenge” ภายใต้โครงการ PTTEP Teenergy ปีที่ 10 จัดโดยบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันมากกว่า 190 ทีมจากทั่วประเทศ โดย นายกฤษฏิ์จุฑาฑ์ บุญประเทือง และ นายกันทรากร แทนแสง สองนิสิตหัวกะทิสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มาครองได้สำเร็จ จากผลงานนวัตกรรม “เกสรเทียมจากทรัพยากรปลาทะเลไทย: อาหารเลี้ยงผึ้งทางเลือกใหม่ที่มีศักยภาพเหนือกว่าเกสรธรรมชาติ”
ถัดมาในเดือนเดียวกัน ระหว่างวันที่ 21-24 มิถุนายน 2569 ทีมนิสิตซึ่งประกอบด้วย นางสาวณัฐพร ก๊กตระกูล, นายกฤษฏิ์จุฑาฑ์ บุญประเทือง, นางสาวปิ่นมนัส ปาสาวัน, นางสาวพฤกษา สุริยะ, นางสาวฐาปนี คำผุย และ นางสาวปิยะธิดา แสนเสน ได้ร่วมกันสร้างชื่อเสียงอีกครั้งในงานประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2569 (Higher Education Innovation Awards 2026) จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยผลงาน “BeetleFlora Plus : วัสดุเพาะเลี้ยงหมักจุลินทรีย์สำหรับเลี้ยงด้วงปีกแข็งมูลค่าสูง” สามารถคว้า รางวัลนวัตกรรมเหรียญทองระดับดี (อันดับ 3 ระดับประเทศ) ในกลุ่มที่ 1 ด้านเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร มาครองได้อย่างภาคภูมิ
ผลประโยชน์รอบด้าน: บ่มเพาะผู้ประกอบการนวัตกรรมรุ่นใหม่
นอกเหนือจากโล่รางวัลและเกียรติยศระดับประเทศแล้ว “ผลประโยชน์” ที่สำคัญที่สุดตกอยู่กับตัวนิสิตผู้พัฒนาผลงาน กระบวนการคิดค้นและแข่งขันในครั้งนี้ทำให้นิสิตได้รับองค์ความรู้เชิงลึกและทักษะการวิจัยขั้นสูง (Advanced Research Skills) ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน นิสิตได้เรียนรู้กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ขั้นต้นแบบ (Prototype) ไปจนถึงกระบวนการทดสอบประสิทธิภาพที่ได้มาตรฐาน สอดคล้องกับแนวทางการเรียนรู้แบบ Action Learning หรือการลงมือปฏิบัติจริง
นอกจากนี้ นิสิตยังได้พัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ทั้งการคิดเชิงวิพากษ์เพื่อแก้ปัญหา (Problem-solving) ทักษะการทำงานเป็นทีม และทักษะการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Mindset) ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับนิสิตสู่การเป็น “นวัตกรและผู้ประกอบการรุ่นใหม่” ที่พร้อมขับเคลื่อนภาคการเกษตรของไทยในอนาคต
กระบวนการเรียนรู้สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ตลอดช่วงปิดภาคการศึกษาปลาย (มีนาคม – มิถุนายน 2569) นิสิตได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงภายใต้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดของ อาจารย์พรประภา แสนหลวง เพื่อรับฟังโจทย์และนำข้อเสนอแนะจากผู้ใช้จริงมาปรับปรุงนวัตกรรมให้สมบูรณ์ที่สุดก่อนนำไปทดสอบประสิทธิภาพในพื้นที่จริงอย่างต่อเนื่อง
พลังแห่งการมีส่วนร่วม: การบูรณาการข้ามสถาบันและชุมชน
ปัจจัยแห่งความสำเร็จที่โดดเด่นของทั้งสองผลงานคือ “การมีส่วนร่วม” อย่างเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยผลงานเกสรเทียมจากปลาทะเลเกิดขึ้นจากความร่วมมือทางวิชาการข้ามสถาบันระหว่าง มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งเป็นการผสานองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมภาคเหนือเข้ากับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของภาคใต้ เช่นเดียวกับผลงาน BeetleFlora Plus ที่ได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมระหว่างมหาวิทยาลัยพะเยาและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ยิ่งไปกว่านั้น หัวใจสำคัญคือการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ โดยในช่วงปิดภาคการศึกษาปลาย (มีนาคม-มิถุนายน 2569) นิสิตและอาจารย์ที่ปรึกษาได้ลงพื้นที่ร่วมกันศึกษาปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้งาน (User-centric Design) นำเอาองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปหลอมรวมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมี อาจารย์พรประภา แสนหลวง เป็นโค้ชผู้ให้คำปรึกษาและเชื่อมโยงเครือข่าย ช่วยให้นวัตกรรมตอบโจทย์บริบททางสังคมและเศรษฐกิจชุมชนอย่างลงตัว
จากหิ้งสู่ห้าง: การนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม
เป้าหมายสูงสุดของนวัตกรรมทั้งสองชิ้นคือ “การนำไปใช้ประโยชน์จริง” (Practical Implementation) เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง โดยผลงาน เกสรเทียมจากทรัพยากรปลาทะเลไทย ได้เข้ามาแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารของผึ้งในช่วงนอกฤดูกาล ช่วยเพิ่มผลผลิตน้ำผึ้งและเสริมสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพคนเลี้ยงผึ้ง อีกทั้งยังเป็นการนำพลอยได้จากอุตสาหกรรมสัตว์น้ำมาใช้อย่างคุ้มค่าตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
ในส่วนของ BeetleFlora Plus วัสดุเพาะเลี้ยงหมักจุลินทรีย์สำหรับเลี้ยงด้วงปีกแข็ง สามารถนำไปใช้ประโยชน์โดยตรงในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมแมลงเศรษฐกิจ (Insect Industry) ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ของประเทศ วัสดุหมักจุลินทรีย์นี้ช่วยลดระยะเวลาในการเลี้ยง เพิ่มอัตราการรอดชีวิต และเพิ่มคุณภาพของด้วงปีกแข็งมูลค่าสูง ตอบโจทย์กลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงแมลงสวยงามและแมลงเศรษฐกิจ ช่วยสร้างรายได้เสริมและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคง
ความสำเร็จในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นเครื่องพิสูจน์ศักยภาพของนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยาในเวทีระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบของการจัดการศึกษาที่เน้นการบูรณาการระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน เพื่อสร้างนวัตกรรมที่จับต้องได้และพร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืนทางการเกษตรอย่างแท้จริง