สป.อว. จับมือ ม.พะเยา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการ AEM ณ อบต.สบเปิง จ.เชียงใหม่ ภายใต้การดำเนินงานของ ม.ราชภัฎเชียงใหม่ ประจำปี 2569

สป.อว. จับมือ ม.พะเยา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการ AEM ณ อบต.สบเปิง จ.เชียงใหม่ ภายใต้การดำเนินงานของ ม.ราชภัฎเชียงใหม่ ประจำปี 2569
ตัวอักษร
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ร่วมกับศูนย์ประสานบริหารโครงการ AEM มหาวิทยาลัยพะเยา ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า “โครงการการพัฒนาโมเดลเครือข่ายนวัตกรชุมชนผ่านกลไกร่วมพัฒนาเชิงพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลสบเปิง-มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่” ณ ตําบลสบเปิง อําเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานคณะอนุกรรมการด้านการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก สป.อว. ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.ไชยวรรณ วัฒนจันทร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ ทรายแก้ว, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไชยยันต์ ชนะพรมมา และนางสาวณัฐกนก เจนสุขสถิตไพศาล

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายจำรัส อุสา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสบเปิง ได้กล่าวต้อนรับและสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ในการเป็นกลไกขับเคลื่อนงานร่วมกับท้องถิ่น ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.เสมอ ถาน้อย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยพะเยา ในฐานะหัวหน้าศูนย์ประสานบริหารโครงการ AEM ได้มอบหมายให้ นางสาวอัญชลี เทียมคีรี ผู้อำนวยการกองบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยพะเยา ชี้แจงวัตถุประสงค์การตรวจเยี่ยม จากนั้น อาจารย์ ดร.ณัฐวุฒิ ครุฑไทย รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและบริการวิชาการ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงภาพรวมโครงการฯ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นักสิทธิ์ ปัญโญใหญ่ หัวหน้าโครงการฯ ได้นำเสนอผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าอย่างรอบด้าน

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เป็นการติดตามผลการพัฒนา “นวัตกรพี่เลี้ยง” และการอบรม “พัฒนานวัตกร อบต. สบเปิง ด้วย AI” เพื่อนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างสื่ออินโฟกราฟิก ยกระดับสินค้าชุมชน เช่น เงาะ จิ้นส้ม น้ำปู๋ ผ้าทอกะเหรี่ยง กระเป๋า ผ้าปัก กล้วยฉาบ แคปหมู และโคมล้านนา ผ่านแบรนด์ร่วม “นวัตกรสบเปิง” พร้อมกันนี้ คณะกรรมการฯ ได้เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนรวมรักษ์ หมู่ 3 บ้านสบเปิง ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบด้านเกษตรอินทรีย์และอาหารปลอดภัย เพื่อขยายผลการสร้างรายได้หมุนเวียน และเติมทักษะให้กลุ่มผู้นำ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ครอบคลุมทั้ง 13 หมู่บ้าน

ช่วงท้ายของกิจกรรม คณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันสรุปผลการดำเนินงาน พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยเน้นย้ำถึงการวางแผนส่งเสริมอาชีพเชิงพื้นที่เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่คนในชุมชน ตลอดจนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างกลไกสนับสนุนบุคลากร ให้สามารถลงพื้นที่ปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว เข้าถึงและเข้าใจบริบทของชุมชน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
 
FOLLOW UP

ติดตามข่าวสาร มพ.

Facebook Official
SOCIAL MEDIA

ติดตามผ่าน TikTok มพ.

@uptiktok2026