Story Detail
หนึ่งห้องเรียน โรงเรียนพะเยาพิทยาคม

ศาสตราจารย์ ดร.สุจินต์ จินายน อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ขณะนั้น ได้หารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนจังหวัดพะเยา ในปี 2538 เพื่อให้โอกาสเยาวชนในการเข้าถึงการศึกษาขั้นสูง ซึ่งจะเป็นทางหนึ่งของการแก้ปัญหาสังคมที่รุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาเด็กสาวในหมู่บ้านที่ถูกนำเข้าสู่ธุรกิจบริการทางเพศ จึงดำริให้มี “วิทยาเขตสารสนเทศ” จัดการเรียนการสอนผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยใช้ “หนึ่งห้องเรียน” โรงเรียนพะเยาพิทยาคมจัดสอนใน 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจ และหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจท่องเที่ยว

คณะทำงานจัดตั้งฯ ณ ขณะนั้นได้สนใจที่ดินประมาณ 700 ไร่ ที่ติดกับอ่างเก็บน้ำ มีดอยทอดยาวเป็นฉากหลัง ซึ่งเป็นทำเลที่สมบูรณ์แบบมาก แต่พื้นที่ได้มีการจับจอง จนไม่เหลือให้ใช้ประโยชน์ได้ คณะทำงานจึงไปหาที่แห่งใหม่ ซึ่งก็คือพื้นที่ป่าสงวน ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยพะเยาในปัจจุบัน ปี 2542 มหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา ย้ายสู่ที่ตั้งตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา พื้นที่ 5,158 ไร่ และปี 2550 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ต่อมาวันที่ 16 กรกฎาคม 2553 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยาในราชกิจจานุเบกษา มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ จัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก หลักสูตร Pre-Degree, Non-Degree หลักสูตรประกาศนียบัตร มากกว่า 200 หลักสูตร ใน 17 คณะ 2 วิทยาลัย 1 วิทยาเขต 2 สถาบัน ภายใต้ปรัชญาการจัดการศึกษา “ประสบการณ์สร้างปัญญา” นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยพะเยา ที่เปิดสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 สร้างอนาคตให้กับนักเรียนและนิสิตกว่า 50,000 คน จนถึงปัจจุบัน ด้วยปรัชญา “ดำรงชีวิตด้วยปัญญาประเสริฐที่สุด” ปณิธาน “ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน” และวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยสร้างปัญญาและนวัตกรรมชุมชนสู่สากลอย่างยั่งยืน”
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
13 มีนาคม 2557 เป็นวันประวัติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยพะเยาน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ลง ณ สนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราวมหาวิทยาลัยพะเยา เพื่อพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยพะเยาเป็นครั้งแรก
บัณฑิตกว่า 5,273 คน สวมชุดครุยวิทยฐานะสง่างามเดินเรียงแถวเป็นสายยาว เคียงข้างด้วยครอบครัวและญาติมิตร บ้างแต่งชุดชนเผ่าของตัวเอง นั่งรอใต้ร่มไม้ภายในมหาวิทยาลัย ผู้คนคับคั่ง ทั้งในมหาวิทยาลัยและในเมือง “เมืองแห่งการศึกษา”
|
 |

จังหวัดพะเยามีอารยธรรม โบราณสถาน และวัฒนธรรมที่สวยงาม มหาวิทยาลัยพะเยาได้สร้างอัตลักษณ์ที่ผูกกับรากเหง้าไว้ในตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย โดยใช้สัตตภัณฑ์เชิงเทียน 7 ยอดสีขาว (สัตตภัณฑ์เป็นสัญลักษณ์สะท้อนความเชื่อของคนล้านนา เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโลกกับจักรวาล) บนศิลาจารึกทรงกลีบบัวสีม่วง (ศิลาจารึกหินทรายถูกค้นพบมากที่สุดในจังหวัดพะเยา) มีตัวอักษรย่อ “มพ” สีม่วง ซึ่งเป็นตัวอักษรฝักขามล้านนา ด้านล่างของอักษรย่อ เป็นชื่อมหาวิทยาลัยพะเยาสีม่วง และชื่อภาษาอังกฤษ “UNIVERSITY OF PHAYAO” สีขาวบนพื้นแถบธงสีทอง
 |
สีประจำมหาวิทยาลัย
สีม่วงและสีทอง “สีม่วง” หมายถึง ชาติและพระมหากษัตริย์ ซึ่งมาจากการผสมของสีแดงและสีน้ำเงิน “สีทอง” หมายถึงศาสนาและความเจริญรุ่งเรือง
|
 |
ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย
“ฟ้ามุ่ย” ราชินีแห่งกล้วยไม้สกุลแวนด้า เป็นกล้วยไม้ชนิดเดียวในโลกที่ดอกมีสีฟ้าอมน้ำเงิน หรือม่วงสดใส ซึ่งเป็นสีที่หาได้ยากมากในพืชตระกูลกล้วยไม้
|
 |
ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย
“คำมอกหลวง” ไม้ยืนต้นสูง 7-15 เมตร ดอกสีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เป็นต้นไม้พื้นถิ่นที่ขึ้นทั่วไปในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ต๋ำและพื้นที่ภายในและโดยรอบมหาวิทยาลัยพะเยา
|
 |
ครุยวิทยฐานะ
เป็นชุดแพรสีดำ โดดเด่นด้วยแถบผ้าลวดลายผ้าทอไทลื้อที่เป็นเอกลักษณ์ “ลายต่ำก้าว” สืบทอดภูมิปัญญาวัฒนธรรมท้องถิ่น คอแบบใบโพธิ์และดิ้นถักสีประจำคณะ
|
 |
พระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย
พระพุทธรูปปางนาคปรก สูง 18.30 เมตร ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า “พระพุทธภุชคารักษ์” โดยมีพระนามาภิไธยย่อ ส.ธ. ประดิษฐานที่ขนดด้านหน้า
|
 |
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวมหาวิทยาลัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จำลองแบบมาจากพระบรมราชานุสาวรีย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร สูง 4.40 เมตร ประดิษฐานหน้ามหาวิทยาลัย
|
ตลอดระยะเวลา 16 ปีของการพัฒนามหาวิทยาลัยพะเยา ด้วยปณิธานมุ่งมั่น “ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน” และวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยสร้างปัญญาและนวัตกรรมชุมชนสู่สากลอย่างยั่งยืน” มหาวิทยาลัยพัฒนานิสิตให้มีคุณลักษณะของผู้นำการเปลี่ยนแปลงชุมชน (Community Change Agent) ด้วยการเสริมสร้างทักษะชีวิตควบคู่กับทักษะวิชาชีพ บูรณาการการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน และมีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งหลักสูตรระยะสั้น (Non-degree) และหลักสูตรการจัดการศึกษาล่วงหน้า (Pre-degree) ยกระดับคุณภาพอาจารย์ ตามกรอบมาตรฐานอาจารย์มืออาชีพ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในกลุ่มมหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่ (Area-Based and Community Engagement) จาก 1 คณะ 1 โมเดล สู่ 1 คณะ 1 สัญลักษณ์ความสำเร็จ ยกระดับสู่ 1 คณะ 1 ชุมชนนวัตกรรม และก้าวสู่ 1 คณะ 1 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ขับเคลื่อน 57 พื้นที่การเรียนรู้ (Learning Space) ทั้งในมหาวิทยาลัยและนอกมหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดพะเยา นำพะเยาก้าวสู่การเป็น “เมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Phayao Learning City) ที่ได้รับการรับรองจาก UNESCO Global Network of Learning Cities (UNESCO GNLC) จากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยพะเยา ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย เป็นศูนย์กลางระดับประเทศ (National Hub) ในการขับเคลื่อนการวิจัยนวัตกรรมและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านทักษะเชิงพื้นที่และทรัพยากรบุคคลด้านพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ ผลสัมฤทธิ์ดังกล่าว ได้เชื่อมโยงงานจากท้องถิ่นสู่สากล พร้อมขยายตลาดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสู่ต่างประเทศ ภายใต้แบรนด์ “UP Product” อันเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ต่อยอด และยกระดับทุนทางวัฒนธรรม ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการบริหารจัดการที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน และความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคม (Societal Well-being) ได้รับการยอมรับและจัดลำดับมหาวิทยาลัยโลก
