
ในยุคที่โลกขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม “มหาวิทยาลัยพะเยา” ไม่ได้ทำหน้าที่ผลิตบัณฑิตเท่านั้น แต่ก้าวข้ามบทบาทสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยสร้างปัญญาและนวัตกรรมชุมชนสู่สากลอย่างยั่งยืน” หนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นรูปธรรม คือการสร้าง “พื้นที่การเรียนรู้” โดยมี “ชุมชน” เป็นทั้งห้องเรียน ครูผู้สอน และผู้ร่วมสร้างองค์ความรู้ไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนให้ “จังหวัดพะเยา” ก้าวสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ระดับโลก (Learning City) ที่ได้รับการรับรองจาก UNESCO Global Network of Learning Cities (UNESCO GNLC)
พื้นที่การเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยพะเยาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนหรือห้องปฏิบัติการ แต่ขยายออกไปถึงพื้นที่ชุมชน พื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ เช่น การร่วมมือพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ใจกลางเมืองอย่าง “TK Park Phayao” และ “อุทยานวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์” ริมกว๊านพะเยา เพื่อเป็นพื้นที่บ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนและทุกวัย เปลี่ยนแลนด์มาร์กของจังหวัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับทุกคน ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์อย่างลงตัว กลายเป็นฟันเฟืองหนุนเสริมระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตของเมืองพะเยาให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง
ภาพจาก: TK Parh Phayao
|
ภาพจาก: TK Parh Phayao
|
ส่วนพื้นที่เรียนรู้ในมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สิ่งนี้เห็นได้ชัด คือ “พื้นที่การเรียนรู้ด้านความเป็นผู้ประกอบการ” พัฒนาขึ้นเป็นระบบนิเวศการเรียนรู้ครบวงจร หนึ่งในหัวใจสำคัญคือ “ศูนย์ออกแบบนวัตกรรม (UP Innovation Design Center)” ที่เข้ามาเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการชุมชนผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ DIBM Learning ซึ่งไม่ใช่แค่การสอนออกแบบ แต่เป็นการปลุก “ความคิดเชิงผู้ประกอบการ” ให้เกิดขึ้นจากข้างใน ผู้เรียนได้ฝึกคิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ และสื่อสาร ผ่านเครื่องมือที่เข้าใจง่ายแต่ได้ผล
กระบวนการนี้ช่วยให้ผลิตภัณฑ์จากชุมชนไม่ได้เป็นแค่สินค้า แต่กลายเป็น “เรื่องราว” ที่มีตัวตน มีอัตลักษณ์ และมีคุณค่าทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ลิ้นจี่แม่ใจที่สะท้อนความเป็นท้องถิ่นอย่างร่วมสมัย สุรากลั่นจากโกโก้ที่ผสานภูมิปัญญาเข้ากับการออกแบบระดับสากล หรือผลิตภัณฑ์จากกล้วยน้ำว้าที่ได้รับการยกระดับสู่ตลาดสุขภาพ ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างของการเปลี่ยน “ของดีในชุมชน” ให้กลายเป็น “โอกาสทางเศรษฐกิจใหม่” ที่มีความหมาย และสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางเดียว แต่เกิดจากการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักวิชาการ นักออกแบบ และผู้ประกอบการชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งสะท้อนถึงมิติการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน (Economic Upskilling) ภายใต้แนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้
ในอีกมิติหนึ่ง “ศูนย์การเรียนรู้พัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหาร (Food Innovation Product Development Learning Center)” ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่าง “วิทยาศาสตร์” กับ “วิถีชีวิต” ของชุมชน ศูนย์แห่งนี้ไม่ได้เป็นแค่สถานที่ทดลอง แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ความรู้เชิงวิชาการกลายเป็น “นวัตกรรมที่ใช้ได้จริง” ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร
เรื่องราวของการนำ “ข้าวหักท่อน” มาสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นโจ๊กกึ่งสำเร็จรูปและซีเรียลบาร์ การพัฒนา “ปลาส้มทอดกรอบ” จนได้มาตรฐาน อย. หรือการยกระดับผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งสู่มาตรฐานฮาลาล ล้วนเป็นภาพที่แสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้ที่เชื่อม “ปัญหาในพื้นที่ที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ” เข้ากับ “แนวทางแก้ปัญหาโดยใช้นวัตกรรม” นั้นเป็นไปได้จริง และเป็นข้อพิสูจน์ว่า พะเยาเป็นเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการบ่มเพาะนวัตกรท้องถิ่น
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นคือ พื้นที่การเรียนรู้เหล่านี้ไม่ได้มุ่งแค่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ แต่ยังสร้าง “ต้นทุนทางปัญญา” และ “ต้นทุนทางสังคม” ให้กับชุมชนด้วย ผู้คนได้เรียนรู้ที่จะคิดเป็น ทำเป็น และปรับตัวได้ เกิดทักษะสำคัญที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ทั้งการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกัน และการสื่อสาร ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นดีเอ็นเอสำคัญของพลเมืองในแบบฉบับพะเยาเมืองแห่งการเรียนรู้
“พื้นที่การเรียนรู้” ที่มหาวิทยาลัยร่วมสร้างกับชุมชน และ “พื้นที่การเรียนรู้” ในมหาวิทยาลัยพะเยา ถูกเชื่อมร้อยเข้าเป็น “เส้นทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต” สื่อความหมายถึงภาพของการเดินทางร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชนที่มุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นตัวของมหาวิทยาลัยเองหรือคนในชุมชน ก็สามารถเป็นได้ทั้งผู้เรียน และผู้สอน-ผู้สร้างสรรค์ในเวลาเดียวกัน
พื้นที่การเรียนรู้ไม่ได้จบลงที่โครงการหรือกิจกรรม แต่ได้หยั่งรากลึกลงไปในวิถีชีวิตของผู้คน กลายเป็น “พลังเงียบ” ที่ค่อย ๆ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความหวังให้กับชุมชน นี่คือความหมายที่แท้จริงของ “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม” ที่ปรากฏชัดในทุกการลงมือทำ สมกับที่ได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ระดับโลก (Global Network of Learning Cities - GNLC)
 |
 |
ที่สำคัญยิ่ง “เส้นทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต” นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ถูกออกแบบและขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบผ่าน “หลักสูตรนักจัดการเมืองแห่งการเรียนรู้” (Learning City Administrator Course) ภายใต้สถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิต (UPILI) มหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงพื้นที่การเรียนรู้ทั้งหมดเข้าด้วยกัน โดยผลิต “นักจัดการ” ที่มีทักษะในการอ่านบริบทชุมชน ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ และสร้างความร่วมมือข้ามภาคส่วน ปัจจุบันมีผู้สำเร็จหลักสูตรแล้วกว่า 1,499 คน และได้นำองค์ความรู้ไปขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ใน 34 พื้นที่ทั่วประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ภายใต้ทุนของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) 21 พื้นที่ และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) 7 พื้นที่ ครอบคลุมทั่วภูมิภาคของประเทศไทย
หลักสูตรนี้ไม่ได้มุ่งผลิตผู้เชี่ยวชาญในห้องเรียน แต่มุ่งสร้าง “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ในระดับชุมชน ระดับท้องถิ่น โดยให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง บนพื้นที่เรียนรู้ของจังหวัดพะเยา ตั้งแต่ TK Park และอุทยานวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ริมกว๊านพะเยา ไปจนถึงพื้นที่ชุมชนและวิสาหกิจชุมชน ทำให้กระบวนการเรียนรู้ที่เริ่มต้นในมหาวิทยาลัยและขยายไปสู่ชุมชน ถูกส่งต่อและขยายผลออกไปอีกครั้งผ่านมือของนักจัดการเหล่านี้ กลายเป็นวงจรการเรียนรู้ที่หมุนเวียนและเติบโตอย่างยั่งยืน
วงจรการเรียนรู้นี้ยิ่งเข้มแข็งขึ้นเมื่อเชื่อมโยงกับ “เครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้นานาชาติ” (Inter-Learning City Mentoring System) ที่นำผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิตจากมหาวิทยาลัยพันธมิตร ได้แก่ National University of Singapore, Nanhua University ไต้หวัน, Lancaster University สหราชอาณาจักร และ Okayama University ญี่ปุ่น สถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ สถาบัน SMILE เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ เครือข่าย Adult Learning Australia มาร่วมเป็นพี่เลี้ยงให้กับชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เป้าหมาย นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยพะเยายังร่วมกำหนดนโยบายการเรียนรู้ตลอดชีวิตกับ UNESCO Institute for Lifelong Learning (UIL) และ UN-RCE ซึ่งองค์ความรู้ที่ได้ถูกนำกลับมาหล่อเลี้ยงหลักสูตรนักจัดการเมืองแห่งการเรียนรู้ให้ทันต่อมาตรฐานสากล และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

Phayao Learning City ในเวทีนานาชาติสะท้อนให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยพะเยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในจังหวัดพะเยาไม่ได้เป็นเพียง “ผู้รับ” องค์ความรู้จากโลก แต่กำลังเติบโตขึ้นสู่การเป็น “ผู้ให้” และ “ผู้สร้างแรงบันดาลใจ” ให้แก่เมืองแห่งการเรียนรู้อื่น ๆ เช่นกัน