16 เรื่องเล่าดีดีเรื่องที่ 14

อนุรักษ์ และ สืบสาน : ตานข้าวใหม่ใส่บาตรหลวง , แห่ผ้าห่มพระธาตุจอมทอง

การสืบสานประเพณี วัฒนธรรม และศรัทธาของชุมชนร่วมกับมหาวิทยาลัยพะเยา

หมวดcommunityสถานะกำลังจัดทำ
อ่านรายละเอียด
อนุรักษ์ และ สืบสาน : ตานข้าวใหม่ใส่บาตรหลวง , แห่ผ้าห่มพระธาตุจอมทอง
Story Detail

ตานข้าวใหม่ใส่บาตรหลวง

     ท่ามกลางกระแสธารแห่งความทันสมัยและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วในโลกอุดมศึกษา ย่อมเป็นเรื่องง่ายที่สถาบันการศึกษาจะมุ่งเน้นเพียงการพัฒนาทางวัตถุและวิชาการจนอาจละเลยรากเหง้าทางวัฒนธรรม ทว่าสำหรับ “มหาวิทยาลัยพะเยา” สถาบันอุดมศึกษาแห่งนี้กลับเลือกที่จะปักหมุดศรัทธาอย่างแนบแน่นกับแผ่นดินล้านนา ด้วยการสืบสานและยกระดับประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ของพะเยา จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทั่วประเทศต้องจับตามอง นั่นคือ “ประเพณีตานข้าวใหม่ใส่บาตรหลวง” ประเพณีนี้ไม่เพียงแต่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างมหาวิทยาลัยกับวิถีชีวิตของชุมชนล้านนาโบราณ หากแต่ยังเป็นเวทีบ่มเพาะจิตวิญญาณแห่งความกตัญญู ความสามัคคี และการแบ่งปันให้หยั่งรากลึกในหัวใจของนิสิตและบุคลากรทุกคนอย่างงดงาม

จากรวงข้าวในนาสู่ศรัทธาบนแผ่นดิน ผ่านกระแสน้ำแห่งกว๊านพะเยา ความหมายอันลึกซึ้งของ "ตานข้าวใหม่ใส่บาตรหลวง"

    จะมีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่รวงข้าวเปลี่ยนสีเป็นสีทองทั่วทั้งท้องทุ่ง คือสัญญาณที่บอกกับชาวนาว่าพร้อมที่จะให้เก็บเกี่ยวแล้ว หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ชาวพุทธในภาคเหนือจะมีความเชื่อหนึ่งคือการนำผลผลิตข้าวที่ได้จากการเก็บเกี่ยวครั้งแรกของปีมาทำบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคล แสดงความกตัญญูต่อพระแม่โพสพ และอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ซึ่งประเพณีนี้เริ่มที่จะหายไปจากสังคมเมืองในปัจจุบัน 

     คำว่า “ตานข้าวใหม่” หรือการทานข้าวใหม่ เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวล้านนาที่กระทำกันภายหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวในราวช่วงเดือนสี่เป็ง (ประมาณเดือนมกราคม) เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อ “แม่โพสพ” และ “พระแม่ธรณี” ผู้ประทานความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับที่เคยบุกเบิกผืนดินทำกิน และถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในปี 2550 เมื่ออาจารย์วิถี พานิชพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมล้านนา ได้มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นอาจมองข้ามไป นั่นคือ พะเยามีทะเลสาบน้ำจืดที่กว้างใหญ่ มีพระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปโบราณอายุกว่าห้าร้อยปีที่ชาวพะเยาเคารพศรัทธา และมีรากฐานประเพณีตานข้าวใหม่ที่สืบทอดกันมาในวิถีล้านนา สิ่งเหล่านี้ล้วนรอการเชื่อมโยงเข้าหากัน จึงได้ออกแบบให้ประเพณีนี้มีเอกลักษณ์ที่ไม่มีที่ใดในประเทศไทย โดยนำข้าวใหม่จากการเก็บเกี่ยวครั้งแรกมาจัดทำเป็นข้าวทิพย์ บรรจุในบาตรหลวง พร้อมเครื่องสักการะ แล้วจัดเป็นขบวนเรือพายล่องออกจากท่าเรือวัดติโลกอารามในยามเช้า ฝ่าสายหมอกในกว๊านพะเยาไปยังวัดศรีโคมคำ เพื่อน้อมถวายแด่พระเจ้าตนหลวง ภาพที่เกิดขึ้นนั้นงดงามและทรงพลังจนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

     มหาวิทยาลัยพะเยาได้สืบสานต่อความเชื่ออันงดงามนี้มาสร้างสรรค์ร่วมกับสัญลักษณ์ของจังหวัดพะเยาที่มีกว๊านพะเยาเป็นหัวใจ กลายเป็น “ประเพณีตานข้าวใหม่ใส่บาตรหลวง” โดยร่วมมือกับชุมชนรอบมหาวิทยาลัยและท้องถิ่นพะเยา ภาพของขบวนแห่ทางเรือที่ประดับประดาด้วยศิลปะพื้นบ้านอย่างวิจิตรบรรจง ภาพของข้าวใหม่ที่เพิ่งเก็บเกี่ยว นำมาแปรรูปเป็น “ข้าวหลาม” “ข้าวจี่” และ “ข้าวต้มมัด” กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวเหนียวสุกใหม่ที่อบอวลไปทั่วลานอเนกประสงค์หลังมัสยิดหรือลานธรรมศาลา คือสัญลักษณ์แห่งความอุดมพูนสุข กิจกรรมที่เป็นประเพณีทุกปี ได้แก่

1. การประกวดเผาข้าวหลาม ประกวดห่อข้าวต้ม ของแต่ละชุมชนรอบกว๊านพะเยา โดยมีเกณฑ์การประกวดคือในแต่ละทีมต้องมีผู้เข้าแข่งขัน 3 Generation เป็นอย่างน้อย รุ่นปู่ย่าตายาย รุ่นพ่อรุ่นแม่ และรุ่นลูกรุ่นหลาน ทำให้ภูมิปัญญาชาวบ้านนี้สามารถสืบทอดไปยังคนรุ่นใหม่ในชุมชนให้ยั่งยืนสืบไป

2. การคัดเลือกธิดาข้าวทิพย์ และการประกอบพิธีกวนข้าวทิพย์ ธิดาข้าวทิพย์ได้รับการเสี่ยงทายคัดเลือกจากนิสิตหญิงมหาวิทยาลัยพะเยาที่เป็นพรหมจารี ตามตำราโบราณ ผู้นำกวนข้าวทิพย์จะต้องเป็นหญิงบริสุทธิ์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสะอาดบริสุทธิ์ ทั้งกาย วาจา และใจ เป็นผู้ที่มีประวัติความประพฤติดีงาม เรียบร้อย ไม่มีพฤติกรรมเสื่อมเสีย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ข้าวทิพย์นั้นมีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นสิริมงคลสูงสุด และธิดาข้าวทิพย์จะต้องทำการสมาทานศีล (ศีล 5 หรือ ศีล 8) และกินเจหรือละเว้นการทานเนื้อสัตว์ เพื่อชำระล้างร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ ก่อนที่จะเข้าร่วมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์  การกวนข้าวทิพย์ตามประเพณีตานข้าวใหม่ใส่บาตรหลวงของมหาวิทยาลัยพะเยา จะจัดขึ้นในคืนก่อนวันที่มีขบวนแห่ทางเรือ โดยมีธิดาข้าวทิพย์ เป็นผู้นำในการกวนข้าวทิพย์ การกวนข้าวทิพย์ของมหาวิทยาลัยพะเยา จะใช้ส่วนผสมตามตำราโบราณ ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพรและพืชพรรณมงคล ส่วนผสม 9 อย่าง  ได้แก่ นมสด น้ำผึ้ง น้ำอ้อย น้ำตาลโตนด ธัญพืชต่าง ๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วเขียว งาขาว งาดำ  และที่ขาดไม่ได้คือข้าวใหม่นึ่งที่ปลูกในพื้นที่มหาวิทยาลัยพะเยาอีกด้วย

3. ความพิเศษสูงสุดของประเพณีนี้ที่มหาวิทยาลัยพะเยา คือการจัด “ขบวนแห่ทางน้ำ ใส่บาตรหลวง” มีขบวนแห่ทางเรือของมหาวิทยาลัยพะเยา และขบวนช่างฟ้อนทางบกของชุมชนรอบกว๊านพะเยา ที่รอรับอยู่หน้าพระวิหารของวัดศรีโคมคำ ให้เห็นภาพของนางรำที่เป็นนิสิตรุ่นใหม่ ของมหาวิทยาลัยพะเยา ได้ร่วมฟ้อนเล็บกับช่างฟ้อนรุ่นแม่อุ๊ยของชุมชน เป็นภาพที่หาได้ยากยิ่ง

    “ประเพณีตานข้าวใหม่ใส่บาตรหลวง” ของมหาวิทยาลัยพะเยา จึงเป็นมากกว่ากิจกรรมประจำปี หากแต่เป็น “มรดกทางวัฒนธรรมที่มีลมหายใจ” เป็นประจักษ์พยานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยพะเยาประสบความสำเร็จในการบูรณาการศิลปวัฒนธรรมเข้ากับวิถีชีวิตและการเรียนรู้ของนิสิตได้อย่างไร้รอยต่อ

     สำหรับนิสิตงานนี้คือห้องเรียนที่มีชีวิต ตัวแทนนิสิตหญิงที่ได้รับคัดเลือกเป็น “ธิดาข้าวทิพย์” ได้เรียนรู้พิธีกรรมและความหมายของประเพณี นิสิตที่มาร่วมงานได้ลงมือทำข้าวทิพย์ ประดิษฐ์เครื่องสักการะ และเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านการปฏิบัติจริง ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมล้านนา มหาวิทยาลัยพะเยาทำหน้าที่เป็นหัวใจของการดูแลและสืบทอดองค์ความรู้นี้ ตั้งแต่การเก็บรักษาภูมิปัญญาจากผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงการส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่อย่างเป็นระบบ

ประเพณีแห่ผ้าห่มพระธาตุจอมทอง

     หากตานข้าวใหม่คือการฟื้นคืนประเพณีผ่านสายน้ำ ประเพณีแห่ผ้าห่มพระธาตุจอมทอง ก็คือการฟื้นคืนความสามัคคีและศรัทธาผ่านถนนหนทางกลางใจเมืองพะเยา

     ประเพณีนี้มีที่มาที่งดงาม เกิดจากความร่วมมือของสามคณะที่เคยเป็นครอบครัวเดียวกันมาก่อน ได้แก่ คณะศิลปศาสตร์ วิทยาลัยการศึกษา และคณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ทั้งสามคณะเคยรวมอยู่ภายใต้คณะศิลปศาสตร์ก่อนจะแยกออกไปตามความเชี่ยวชาญ คณาจารย์และนิสิตจึงต้องการกิจกรรมที่จะรักษาสายใยนั้นไว้ และเลือกที่จะแสดงออกด้วยประเพณีที่มีคุณค่าต่อชุมชนและจังหวัด นั่นคือการนำผ้ายาว 36 เมตร ขึ้นไปห่มพระธาตุจอมทอง โบราณสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองพะเยา ในเดือนหกเป็งตามคติล้านนาโบราณเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา

     สิ่งที่ทำให้ประเพณีนี้มีความหมายเกินกว่างานทางศาสนาทั่วไป คือความร่วมมือที่เชื่อมโยงหลายภาคส่วนเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง วัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา เทศบาลเมืองพะเยา สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพะเยา ชุมชนเมืองพะเยา 14 ชุมชน และชุมชนบ้านแท่นดอกไม้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถาน ต่างมีส่วนร่วมในงานนี้อย่างแข็งขัน นอกจากนี้ยังมีศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยพะเยาจากทั่วประเทศและต่างแดน ที่ร่วมทำพิธีตักน้ำจากแหล่งน้ำสำคัญถึง 8 แห่ง ทั้งแม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำโขง แม่น้ำอิงจากกว๊านพะเยา แม่น้ำคงคาจากสาธารณรัฐอินเดีย และ น้ำจากอ่างหลวงภายในมหาวิทยาลัยพะเยา” เพื่อนำมาสรงพระธาตุจอมทอง ซึ่งนับเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงชุมชนชาวพะเยาทั่วทุกสารทิศให้กลับมาหาบ้านเกิด

     สำหรับนิสิต ประเพณีนี้คือพื้นที่เรียนรู้ที่ไม่มีในตำราเรียน พวกเขาได้ฝึกฟ้อน “ฟ้อนปัญญาเรืองรอง ม่วงทอง ม.พะเยา” ที่ประยุกต์จากศิลปะล้านนาโบราณ ทั้งฟ้อนเล็บ ฟ้อนเจิง ฟ้อนตบมะผาบ และฟ้อนก๋ายลาย ภายใต้การดูแลของครูภูมิปัญญาท้องถิ่นเมืองพะเยา ได้ช่วยกันประดิษฐ์เครื่องสักการะล้านนาโบราณ เช่น พุ่มดอก พุ่มพลู หมากสุ่ม หมากเบ็ง ต้นผึ้ง ต้นเทียน และต้นธง ด้วยมือของตนเอง การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำเช่นนี้ไม่เพียงให้ความรู้ แต่ยังสร้างความรักและความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเองอย่างที่การสอนในชั้นเรียนทำได้ยาก

     ในด้านการต่อยอดอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยพะเยาไม่ได้หยุดอยู่แค่การจัดงาน แต่คณะศิลปศาสตร์ได้นำองค์ความรู้จากประเพณีนี้ต่อยอดเป็นงานวิจัยเกี่ยวกับเครื่องสักการะล้านนาโบราณ วางแผนบรรจุเนื้อหาเข้าสู่รายวิชาพะเยาศึกษา และจัดทำเป็นสื่อ e-Learning เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังเข้าถึงได้ อีกทั้งยังได้เผยแพร่ข้อมูลประเพณีนี้ใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และล้านนา เพื่อส่งเสียงของวัฒนธรรมพะเยาออกไปสู่ระดับสากลอีกด้วย

     มหาวิทยาลัยพะเยายังได้ยกประเพณีนี้ขึ้นเป็นหนึ่งใน Super KPI ด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เพราะเราเชื่อว่าการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมไม่ใช่ภาระของคนรุ่นเก่า แต่คือหน้าที่ของเราทุกคน และในอนาคต เรามุ่งผลักดันให้ประเพณีแห่ผ้าห่มพระธาตุจอมทองกลายเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยว เชื่อมโยงวิถีชีวิตและความเชื่อของชาวพะเยาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพื่อสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้ชุมชน สู่ความยั่งยืนทางวัฒนธรรมของจังหวัดพะเยาในระยะยาว