Story Detail
ต้นไม้พื้นถิ่นในมหาวิทยาลัยพะเยา
คำมอกหลวง หรือ Golden Gardenia มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Gardenia sootepensis Hutch. ซึ่งในภาษาถิ่นของภาคเหนือเรียกว่า “คำมอกช้าง” บ้าง “หอมไก๋” บ้าง แล้วแต่ท้องถิ่น เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 10-15 เมตร ผลัดใบในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนออกดอก ทรงพุ่มกลม โปร่ง แตกกิ่งน้อย มียางเหนียวสีเหลืองข้นเป็นก้อนที่ปลายยอด กลีบดอกสีขาวนวลเมื่อแรกบาน แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5.5-7 ซม. กลิ่นหอมเย็นอ่อน ๆ ออกดอกในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม บานในช่วงเวลากลางคืน มีผลเป็นรูปกระสวย พบมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงจีนตอนใต้ (ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีนตอนใต้-กลาง) ลักษณะเป็นป่าเบญจพรรณ สำหรับประเทศไทย มีการแพร่กระจายทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก
 |
จากการศึกษาของนักวิจัยมหาวิทยาลัยพะเยา พบต้นคำมอกหลวงที่ขึ้นเองตามธรรมชาติภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยพะเยากว่า 4,000 ต้น ที่กระจายอยู่ในป่าและพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยพะเยา อีกทั้งได้มีการอนุรักษ์ และปลูกเพิ่มเติม เพื่อให้เป็นสวนป่า สนองพระราชดำริ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) อีกจำนวนกว่า 700 ต้น
|
สรรพคุณทางยา ตำรับยาไทยโบราณหลายแหล่ง ใช้แก่นและเนื้อไม้นำมาต้มดื่มเพื่อบำรุงธาตุ บำรุงร่างกาย ขับพยาธิ และนำไปปรุงเป็นยารักษาโรคเบาหวาน ส่วนเนื้อไม้เมื่อนำไปเข้ายาร่วมกับโมกเตี้ยสามพันเตี้ย และส่วนของเมล็ดช่วยแก้อาการบิดและถ่ายเป็นมูกเลือด ส่วนยางใช้เป็นยาสมานแผลและรักษาโรคผิวหนังได้
การใช้สอยและงานฝีมือ เนื้อไม้ของคำมอกหลวงมีความละเอียด เหนียวและแข็งแรง ในอดีต จึงนิยมนำมาสร้างสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว ทำเครื่องมือการเกษตร หรือแกะสลักเป็นเครื่องใช้ชิ้นเล็ก ๆ นอกจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากยางเหนียวของต้นในลักษณะที่น่าสนใจ คือยางเหนียวจากยอดสามารถนำมาขยี้ จนเป็นก้อน แล้วนำไปใส่ในร่องระหว่างโคนมีดกับด้าม ซึ่งจะช่วยให้มีดยึดติดกับด้ามได้แน่นขึ้น
ภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อม คำมอกหลวงเป็นไม้ประดับที่ได้รับความนิยมปลูกเพื่อใช้บังสายตา และให้ร่มเงา เนื่องจากเป็นไม้ทนแล้ง ดอกมีสีสันสวยงามและกลิ่นหอม โดยจะออกดอกพร้อมกันทั้งต้น ด้วยทรงที่เป็นพุ่มกลมสวยงาม และมีดอกขนาดใหญ่ ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
อนุรักษ์และการใช้ประโยชน์
มหาวิทยาลัยปลูกต้นคำมอกหลวงเพิ่มเติมจำนวน 700 ต้น ใน 5 พื้นที่ ได้แก่ ทางขึ้นพระพุทธภุชคารักษ์ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยพะเยา อ่างหลวง ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และหอพักนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยพะเยา และได้เพาะกล้ากว่า 1,000 ต้น เพื่อการขยายพื้นที่ปลูก ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ เช่น “สีย้อมธรรมชาติ” ผ้าทอไทลื้อบ้านทุ่งมอก จังหวัดพะเยา จากต้น ใบและดอก “ผ้าทอมือลายดอกคำมอกหลวง” สลับลวดลายอย่างประณีต มหาวิทยาลัยพะเยาได้ทูลเกล้าฯ ผ้าลายดอกคำมอกหลวงผืนแรก ถวายแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2567 “ผลิตภัณฑ์น้ำหอม” 4 กลิ่น ได้แก่ Soliflore, Chypre, Amber และ Floral “ครีมนวดผม” “ครีมเจลบำรุงผิว” แบรนด์ “KOSSUP” และ “สบู่เหลว” ซึ่งได้จดอนุสิทธิบัตรและ “สารสกัดไล่แมลงสัตว์มีพิษ”
ต้นไม้ป่าสู่ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย
จากต้นไม้ที่ขึ้นตามธรรมชาติ ในพื้นที่มหาวิทยาลัยพะเยาและโดยรอบ ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง อีกทั้งสรรพคุณและความสวยงาม สภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2565 จึงมีมติให้ “ต้นคำมอกหลวง” (Gardenia sootepensis Hutch.) เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยพะเยา และออกประกาศเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565

คำมอกหลวงยังเป็นต้นไม้ที่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงปลูก ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ เขตดุสิต ในคราวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2564 สะท้อนถึงพระราชปณิธาน ในการอนุรักษ์ ขยายพันธุ์และส่งเสริมไม้ป่าไทยให้มีคุณค่าสูง ทั้งในแง่ของสรรพคุณสมุนไพร และอัตลักษณ์ท้องถิ่น

ข้อมูลอ้างอิงสรรพคุณคำมอกหลวง
- สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ประโยชน์ของคำมอกหลวงด้านงานช่างและตำรับยาพื้นบ้าน. จาก http://www.rspg.or.th
- พฤกษศาสตร์พื้นบ้าน วีระชัย ณ นคร. (2546). พรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์. เชียงใหม่ องค์การสวนพฤกษศาสตร์. (ข้อมูลลักษณะทางภูมิทัศน์และการออกดอก)
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คำมอกหลวง. ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. จาก http://www.phargarden.com