Story Detail
ย้อนกลับไปในช่วงที่ Covid-19 ระบาดหนัก ผลกระทบทางเศรษฐกิจส่งผลต่อนิสิตและครอบครัวของนิสิตหลายคน บางคนไม่แน่ใจว่าเดือนนี้จะมีเงินพอทานอาหารให้ครบสามมื้อไหม บางคนมีโอกาสได้รับประทานอาหารแค่วันละ 1 มื้อ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย จากการสำรวจของกองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยพะเยา เมื่อปี 2566 พบว่า ค่าดัชนีมวลกายของนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยามีค่าต่ำกว่าเกณฑ์ถึงร้อยละ 27.1 ที่มีผลมาจากการรับประทานอาหาร และอาจส่งผลต่อศักยภาพในการเรียนรู้ ความจำ สติปัญญา รวมถึงคุณภาพชีวิตของนิสิตของเรา กองพัฒนาคุณภาพนิสิตฯ ในขณะนั้น (ก่อนจะยุบรวมกับกองกิจการนิสิตในปัจจุบัน) เห็นปัญหานี้อย่างชัดเจน จึงเริ่มต้นโครงการ Food for Friends ขึ้น ก่อนจะพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็น “โรงครัวอิ่มใจ๋ ปั๋น กั๋น กิ๋น” ที่เปิดประตูโรงครัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กันยายน 2566
 |
 |
จากแนวคิดตั้งต้นที่ไม่ซับซ้อน แต่ทรงพลัง ให้นิสิตที่ขาดแคลนทุนทรัพย์มีที่ประกอบอาหารกินเองได้ โดยมหาวิทยาลัยสนับสนุนวัตถุดิบ เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง และอุปกรณ์ครัวพร้อมสรรพ และยังมีพืชผักสวนครัวที่ปลูกเองภายในโรงครัว รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ในมหาวิทยาลัย ให้สามารถหยิบมาใช้ได้เลย หลังจากประกอบอาหารและรับประทานอาหารเสร็จแล้วนิสิตจะรับผิดชอบเก็บกวาด ล้างจานชาม ภาชนะที่ใช้ทำให้สะอาดเรียบร้อยพร้อมให้เพื่อน ๆ คนอื่น ๆ เข้ามาใช้บริการได้ต่อไป ถือเป็นการฝึกความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม อีกทั้งเชิญชวนให้นิสิตที่มาใช้บริการร่วมเป็นจิตอาสาปลูกผักทดแทนในแปลงปลูกรอบ ๆ โรงครัว เพื่อเป็นวัตถุดิบทดแทนให้สามารถเก็บกินได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ที่พิเศษกว่านั้นคือมีการจ้างงานกลุ่มนิสิตที่มาช่วยปฏิบัติงานในการดูแลโรงครัวให้ได้รับรายได้ระหว่างเรียนไปด้วย ซึ่งถือว่าทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างมาก
ตัวชี้วัดที่บอกว่า "โครงการนี้" ได้ผล
นับตั้งแต่เปิดโครงการนี้มา โรงครัวแห่งนี้ไม่เคยเงียบเหงา ปี 2567 เปิดให้บริการไป 245 ครั้ง มีนิสิตเข้ามาใช้บริการ 171 คน แต่ละคนเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ในจำนวนนั้นเป็นนิสิตทุน 25 คน ในปี 2568 ตัวเลขเพิ่มขึ้นชัดเจน ให้บริการถึง 4,234 ครั้ง มีคนเข้ามาใช้บริการ 1,737 คน และนิสิตทุนที่เข้าถึงโรงครัวแห่งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 121 คน ส่วนปี 2569 ให้บริการไปแล้ว 968 ครั้ง มีผู้ใช้บริการ 543 คน เป็นนิสิตทุน 20 คน
รวมทั้งหมดตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา โรงครัวแห่งนี้เปิดให้บริการรวมกว่า 5,447 ครั้ง มีคนเข้ามาใช้บริการทั้งสิ้น 2,451 คน และในจำนวนนั้นมีนิสิตทุนที่ได้รับการดูแลโดยตรงถึง 166 คน และหากวัดเป็นผลตอบแทนทางสังคม SROI อยู่ที่ 8.16 เท่า หมายความว่าทุก 1 บาทที่ลงทุนไป สร้างคุณค่ากลับคืนสู่สังคมถึงกว่า 8 บาท
มากกว่าครัวในสถานศึกษา คือดูแลกันและกัน
สิ่งที่ทำให้โรงครัวแห่งนี้พิเศษจริง ๆ มันใช่แค่ตัวเลขที่บอกความคุ้มทุน แต่คือ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทุกคณะ ทุกส่วนงาน รวมถึงศิษย์เก่าและผู้ประกอบการภายนอก ในการระดมทุนในการซื้อวัตถุดิบ หรือบริจาควัตถุดิบมาอย่างต่อเนื่อง โรงครัวฯ กลายเป็นจุดศูนย์รวมใจ จุดพบปะเล่าเรื่องราว เป็นพื้นที่ที่ผู้ให้และผู้รับได้มาพบเจอกันอยู่เสมอ และเป็นพื้นที่ฝึกความรับผิดชอบการตอบแทนสังคมของนิสิต ม.พะเยา ตอบสนองอัตลักษณ์ “สุขภาพ บุคลิกภาพและสุนทรียภาพ” อย่างแท้จริง มีเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วมใหญ่เดือนกันยายน 2567 ที่เกิดน้ำท่วมหลากบริเวณหน้ามหาวิทยาลัย โรงครัวแห่งนี้ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กลับกลายเป็นจุดประกอบอาหารและแจกจ่ายให้กับทั้งนิสิตและประชาชนรอบข้างมหาวิทยาลัยที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย

ศิษย์เก่าอย่างคุณเก่ง หฤษฎ์ ก็ไม่ลืมบ้านเก่า แวะมามอบสิ่งของสนับสนุนให้กับโรงครัวแห่งนี้ในปี 2568 ตามมาด้วยชมรมร้านอาหารและเครื่องดื่มจังหวัดพะเยา ที่จัดกิจกรรมแจกอาหาร “อิ่มใจ” ร่วมฉลองวันสถาปนามหาวิทยาลัยในวันที่ 17 กรกฎาคมปีเดียวกัน และในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 โรงครัวยังได้จัดโครงการ “ปั๋น กั๋น กิ๋น” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกด้วย และเมื่อศิษย์เก่าที่จบไปแล้วกลับมาช่วยรุ่นน้องที่กำลังเรียนอยู่ ชุมชนก็เดินเข้ามาให้ความร่วมมือ โรงครัวเล็ก ๆ แห่งนี้ก็พิสูจน์ได้ชัดว่า ความอิ่มใจที่แท้จริงเกิดจากการที่ทุกคนที่หันหน้าเข้าหากัน ไม่ใช่แค่การแบ่งอาหาร แต่คือการแบ่งปันความเป็นมนุษย์ให้แก่กันและกัน
ในปี 2569 โรงครัวอิ่มใจ๋ มีแผนในการขยายพื้นที่เพาะปลูกผักและผลไม้ เพื่อเป็นอาหารให้กับน้อง ๆ นิสิตของมหาวิทยาลัยพะเยา ให้มีอาหารที่ครบ 5 หมู่ ถูกสุขลักษณะ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารในแต่ละวัน ให้เขาได้เรียนรู้และใช้ชีวิตอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยพะเยาอย่างมีความสุข ตามความตั้งใจของมหาวิทยาลัยพะเยาที่อยากให้นิสิตของเรา “อยู่และเรียนอย่างมีความสุข”
✓
นี่คือหลักฐานว่า... ทำไมชื่อโรงครัวนี้ ถึงต้อง"อิ่มใจ๋"
เพราะโรงครัวแห่งนี้ ไม่ได้อิ่มเฉพาะ "ท้อง" แต่รวมไปถึง อิ่ม "ใจ" ที่เต็มไปด้วยความสุข ทั้งผู้ให้และผู้รับ
