ในเดือนมิถุนายนของทุก ๆ ปี สีรุ้งจะปรากฏขึ้นทั่วทุกมุมโลก ทั้งบนท้องถนน บนหน้าจอโทรศัพท์ และในใจผู้คนนับล้าน ที่เชื่อว่าการเป็นตัวของตัวเองคือ สิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนในโลกใบนี้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เราเรียกว่า “Pride Month” หรือเดือนแห่งความภาคภูมิใจ
★จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้งดงามอย่างที่เห็น

ภาพร้าน Stonewall Inn: ขอบคุณภาพจาก yanhee

ภาพร้าน Stonewall Inn: ขอบคุณภาพจาก yanhee
ก่อนจะมีขบวนพาเหรดสีสันสดใส ก่อนจะมีธงสายรุ้งโบกสะบัดในที่สาธารณะ มีคืนหนึ่งในปี 1969 ที่นิวยอร์ก ซึ่งเปลี่ยนประวัติศาสตร์ไปตลอดกาล คืนวันที่ 28 มิถุนายน 1969ตำรวจบุกจู่โจมบาร์ที่ชื่อว่า Stonewall Inn ในย่านกรีนิชวิลเลจ ซึ่งเป็นที่รวมตัวของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นคือการลุกขึ้นสู้ครั้งแรกอย่างเป็นรูปธรรม ผู้คนที่ถูกกดขี่และถูกมองว่าเป็น “ความผิดปกติ” เลือกที่จะไม่ยอมรับอีกต่อไป
หนึ่งปีให้หลัง ในเดือนมิถุนายน 1970 มีการเดินขบวนครั้งแรกในนิวยอร์กและลอสแองเจลิส เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ Stonewall นั่นคือต้นกำเนิดของ “Pride Month” ที่เราจัดต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลอง แต่เป็นการรำลึกถึงการต่อสู้และยืนยันว่าเราจะไม่ถอยหลัง
★LGBTQIA+ คืออะไร

หลายคนคุ้นหูกับคำที่ว่า LGBTQIA+ แต่อาจยังไม่แน่ใจว่าแต่ละตัวอักษรหมายถึงอะไร ลองมาทำความรู้จักกัน
L - Lesbian หญิงที่มีความรู้สึกรักและดึงดูดต่อผู้หญิง
G - Gay ชายที่มีความรู้สึกรักและดึงดูดต่อผู้ชาย (แม้บางครั้งใช้เรียกรวมกลุ่ม LGBTQ+ ทั้งหมด)
B - Bisexual ผู้ที่มีความรู้สึกรักและดึงดูดต่อคนได้มากกว่าหนึ่งเพศ
T - Transgender ผู้ที่มีอัตลักษณ์ทางเพศไม่ตรงกับเพศที่ถูกกำหนดให้ตั้งแต่เกิด
Q - Queer / Questioning Queer คือคำที่ใช้เรียกตัวเองอย่างกว้างๆ โดยผู้ที่ไม่ระบุตัวเองในกรอบเดิม ส่วน Questioning คือผู้ที่ยังอยู่ในกระบวนการค้นหาตัวเอง
I - Intersex ผู้ที่มีลักษณะทางชีววิทยา เช่น โครโมโซม ฮอร์โมน หรืออวัยวะเพศ ที่ไม่ตรงตามนิยามชายหรือหญิงอย่างสมบูรณ์
A - Asexual ผู้ที่ไม่มีหรือมีความรู้สึกทางเพศต่อผู้อื่นน้อยมาก
+ หมายถึงอัตลักษณ์อื่นๆ อีกมากมายที่อยู่ในร่มเดียวกัน เช่น Pansexual, Non-binary, Genderfluid และอื่นๆ
แต่ละตัวอักษรไม่ใช่แค่คำนิยาม มันคือตัวตนของมนุษย์จริง ๆ ที่มีชีวิต มีความรู้สึก และมีสิทธิที่จะได้รับการเคารพเท่าเทียมกับทุกคน
★ความหมายที่ซ่อนอยู่ในสีสัน
ธงสายรุ้ง คือสัญลักษณ์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด ออกแบบโดย Gilbert Baker ในปี 1978 แต่ละสีมีความหมาย ทั้งสีแดงแทนชีวิต สีส้มแทนการรักษา สีเหลืองแทนแสงอาทิตย์ สีเขียวแทนธรรมชาติ สีน้ำเงินแทนความสามัคคี และสีม่วงแทนจิตวิญญาณ ปัจจุบันมีธงหลากหลายรูปแบบที่ถูกออกแบบเพิ่มเติมเพื่อครอบคลุมอัตลักษณ์ที่หลากหลายมากขึ้น
.png)
กิจกรรมหลักในช่วง Pride Month ได้แก่ขบวนพาเหรด ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนแสดงออกอย่างเสรี นิทรรศการและงานเสวนาที่ให้ความรู้และเปิดพื้นที่สนทนา รวมถึงกิจกรรมชุมชนที่สร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้คนที่มีประสบการณ์ร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความสนุก แต่คือการส่งสารว่า “เราอยู่ที่นี่ เราภูมิใจในตัวเอง และเราจะไม่หายไปไหน”
★เมื่อสถาบันการศึกษาเลือกยืนเคียงข้างความเท่าเทียม
ในขณะที่หลายสถาบันยังคงนิ่งเฉยหรือส่งสารที่คลุมเครือ มหาวิทยาลัยพะเยาเลือกที่จะก้าวออกมาอย่างชัดเจน UP Pride & Proud คือกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยพะเยาจัดขึ้นภายในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อเปิดพื้นที่ให้นิสิต บุคลากร และผู้ที่สนใจได้ร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลาย แสดงออกถึงตัวตน และรับรู้ว่าสถาบันแห่งนี้คือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

กิจกรรม Pride Month

กิจกรรม Pride Month

กิจกรรม Pride Month
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังร่วมมือกับเครือข่ายในจังหวัดพะเยาในกิจกรรม “พะเยาไพรด์ จิไฟใส่ใจ๋” (Phayao Pride Ignite Inspiration) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความเท่าเทียมไม่ใช่เรื่องของมหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดีย แต่คือการขับเคลื่อนร่วมกันของทั้งชุมชนและจังหวัด ชื่อกิจกรรมเองก็บ่งบอกความหมายได้ดี “จิไฟ” ในภาษาเหนือแปลว่าจุดไฟ ผสมกับคำว่า Ignite หรือจุดประกาย สื่อถึงการจุดประกายในหัวใจของผู้คน ให้กล้าที่จะเป็นตัวเอง
★ก้าวสำคัญ นโยบายที่เป็นลายลักอักษร
สิ่งที่ทำให้มหาวิทยาลัยพะเยาแตกต่างออกไปอีกขั้น คือการที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การจัดกิจกรรม เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2566 มหาวิทยาลัยพะเยาได้ออก ประกาศมหาวิทยาลัยพะเยา เรื่อง นโยบายส่งเสริมความเท่าเทียม ความเป็นธรรม ความเสมอภาคทางเพศ ในการบริหารทรัพยากรบุคคลของมหาวิทยาลัยพะเยา โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา ลงนาม
ประกาศฉบับนี้ระบุนโยบายไว้อย่างชัดเจนหลายข้อ ตั้งแต่การรับบุคลากรใหม่โดยไม่เลือกปฏิบัติ ด้วยเหตุแห่งเพศ ไปจนถึงการส่งเสริมความเท่าเทียมในการประเมินเลื่อนเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง และการฝึกอบรม รวมถึงการให้บุคลากรทุกเพศและผู้ที่มีการแสดงออกที่แตกต่างจากเพศโดยกำเนิดสามารถแต่งกายตามความเหมาะสมและถูกกาลเทศะ โดยไม่จำเป็นต้องตรงตามลักษณะของเพศกำเนิด และยังมีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน พร้อมกับการปกป้องคุ้มครองผู้ที่รายงานหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม
สิ่งที่สำคัญกว่าตัวนโยบายคือสิ่งที่มันสื่อสารออกไป นั่นคือมหาวิทยาลัยพะเยายืนยันว่าทุกคนในองค์กรนี้มีคุณค่าเท่าเทียมกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรือรักใคร
.png)
ประกาศมหาวิทยาลัยพะเยา: เรื่อง นโยบายส่งเสริมความเท่าเทียม
★Pride Month
ในท้ายที่สุด Pride Month ที่แท้จริงไม่ได้จำกัดอยู่ในปฏิทิน มันคือทัศนคติ คือการเลือกมองเพื่อนมนุษย์ด้วยความเคารพทุกวัน คือการพูดออกมาเมื่อเห็นความอยุติธรรม และคือการสร้างพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัยพอที่จะเป็นตัวเอง มหาวิทยาลัยพะเยากำลังเดินบนเส้นทางนั้น และนั่นคือบทเรียนที่ดีที่สุด ที่สถาบันการศึกษาจะส่งมอบให้กับนิสิตได้ ไม่ใช่แค่ในห้องเรียน แต่ในชีวิตจริง