พิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ ศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา
วันนี้ (๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๒) เวลา ๑๓.๓๕ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ ศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ซึ่งมหาวิทยาลัยพะเยา ได้ดำเนินการจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประดิษฐาน ณ ศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทั้งสองพระองค์ทรงสนพระทัยในสุขภาพพลานามัยของพสกนิกร และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่อง ในอันที่จะสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงอุทิศ ทั้งพระราชทรัพย์ และพระวรกายด้วยความมุ่งมั่นในการศึกษา และการวิจัยทางการแพทย์เพื่อพัฒนาการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย ให้มีความเจริญก้าวหน้า อันเป็นคุณูปการ อย่างอเนกอนันต์ต่อปวงชนชาวไทยมาจนถึงปัจจุบัน จึงได้รับการถวายพระสมัญญานามว่า พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันไทย และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้รับการถวาย พระสมัญญานามว่า พระมารดาแห่งการสาธารณสุขไทย
พระราชานุสาวรีย์ทั้งสองพระองค์ที่มหาวิทยาลัยพะเยาจัดสร้างขึ้นนี้ ถอดแบบจากพระราชานุสาวรีย์ที่ประดิษฐาน ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง โดยสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ฉลองพระองค์นายทหารเรือในพระอิริยาบถยืน ประทับคู่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในพระอิริยาบถนั่ง ประดิษฐานอยู่บนฐานแท่นพระราชานุสาวรีย์ ซึ่งมีลักษณะเป็นฐานสองระดับ ปูพื้นด้วยหินแกรนิตและกระเบื้อง โดยนายเสวต เทศน์ธรรม ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) เป็นประติมากร และกรมศิลปากร ควบคุมการถอดแบบ และการจัดสร้าง