ทำไมการลงคะแนนเลือกตั้งต้องเป็นความลับ (The Secrecy of the Ballot)
เวลาไปลงคะแนนเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นไปจนถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าใครเคยไปทำหน้าที่ใช้สิทธิเลือกตั้งก็จะเห็นว่ามีคูหาให้เราเข้าไปกากบาทเลือกผู้แทนฯ ของเรา โดยไม่มีใครเห็นว่าเราเลือกใคร ห้ามทำเครื่องหมายใด ๆ ลงบนบัตร และยังต้องพับบัตรเลือกตั้งไม่ให้ใครเห็นว่าเรากาหมายเลขอะไรก่อนหย่อนบัตรลงในหีบเลือกตั้ง ขั้นตอนเหล่านี้ เป็นขั้นตอนที่สะท้อนว่า การออกเสียงเลือกตั้งของเราต้องทำเป็นความลับ
.png)
แล้วทำไมการลงคะแนนเลือกตั้งต้องเป็นความลับ?
ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (The Universal Declaration of Human Rights หรือ UDHR) ข้อ 21 ได้รับรองหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งเอาไว้ดังนี้
(1) บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะมีส่วนในรัฐบาลของประเทศของตน ไม่ว่าจะเป็นโดยตรงหรือโดยทางผู้แทนซึ่งได้เลือกโดยอิสระ
(2) บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะเข้าถึงบริการสาธารณะในประเทศของตนโดยเสมอภาค
(3) เจตจำนงของประชาชนจะต้องเป็นมูลฐานแห่งอำนาจของรัฐบาล เจตจำนงนี้จะต้องแสดงออกทางการเลือกตั้งตามกำหนดเวลาและอย่างแท้จริง ซึ่งอาศัยการออกเสียงโดยทั่วไปและเสมอภาค และการลงคะแนนลับ หรือวิธีการลงคะแนนโดยอิสระทำนองเดียวกัน[1]
นอกจากนี้ หลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยยังต้องประกอบไปด้วยหลักการอย่างน้อยที่สุด 5 ข้อ คือ (1) หลักการเลือกตั้งโดยทั่วไป (2) หลักการเลือกตั้งโดยตรง (3) หลักการเลือกตั้งโดยเสรี (4) หลักการเลือกตั้งโดยเสมอภาค และ (5) หลักการเลือกตั้งโดยลับ[2]
.png)
หลักการเลือกตั้งโดยลับ (Vote Secrecy / Secret Ballot) คือ การเลือกตั้งที่ไม่มีผู้อื่นนอกจากผู้ลงคะแนนเสียงจะทราบได้ว่าการลงคะแนนเสียงนั้นเป็นอย่างไร เป็นลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งของการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งโดยลับทำให้ผู้มาเลือกตั้งสามารถลงคะแนนได้อย่างอิสระ เพราะถ้าหากการลงคะแนนเสียงไม่เป็นความลับหรือสามารถทราบได้ว่าผู้ลงคะแนนเลือกใคร อาจเกิดการข่มขู่ ชักจูงให้ผู้มาออกเสียงไม่สามารถลงคะแนนตามเจตน์จำนงอันแท้จริงของตนเองได้[3]
.png)
ตัวอย่างของการเลือกตั้งโดยลับที่มีการดำเนินการ ได้แก่ การจัดตั้งให้มีคูหาสำหรับลงคะแนนที่เหมาะสม การเลือกตั้งโดยให้ผู้เลือกทำเครื่องหมายลงบนบัตรด้วยตนเองโดยตรงโดยที่บุคคลอื่นไม่ทราบว่าผู้นั้นลงคะแนนเลือกใคร หรือการเลือกตั้งออนไลน์ที่มีระบบรักษาความลับ เป็นต้น[4]
นอกจากเป็นการรับประกันความเป็นอิสระในการเลือกตั้งตามเจตน์จำนงที่แท้จริงแล้ว การเลือกตั้งโดยลับยังเป็นไปเพื่อป้องกันการใช้อิทธิพลต่าง ๆ ในการชักจูงใจหรือบิดเบือนเจตจำนงที่แท้จริงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสอดคล้องกับหลักการเลือกตั้งโดยเสรี รวมถึงจำกัดการทุจริตการเลือกตั้ง เช่น การซื้อเสียง การชักจูงให้ลงคะแนนเสียง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรมด้วย[5]
.png)
หลักสิทธิมนุษยชนและหลักการการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่กล่าวมาข้างต้นได้ถูกบรรจุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญไทยและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ ด้วย
หลักเกณฑ์การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามกฎหมายไทย
มาตรา 85 วรรคแรกของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กำหนดว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตละหนึ่งคนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้คนละหนึ่งคะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลยก็ได้”
โดยวิธีการเลือกตั้งที่กำหนดเอาไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ก็มีบัญญัติเอาไว้ในมาตรา 84 วรรคสองของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขด้วย โดยมีสาระสำคัญคือ ไม่ว่าจะเป็นการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง หรือถ้าวิธีการอื่นก็ได้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหน้าที่ในการกำหนดวิธีการในการออกเสียงลงคะแนนเพื่อป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพและสะดวกกว่าการออกเสียงลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้งและมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า และวิธีการนั้นต้องเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ[6] เพื่อให้การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชนในการเลือกผู้แทนราษฎรของตนเป็นไปอย่างเที่ยงธรรมและมีความเสมอภาค
โดยสรุป หลักการเลือกตั้งโดยลับ เป็นทั้งหลักการด้านสิทธิมนุษยชนและหลักการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยทั้งในระดับสากลและมีปรากฏอยู่ในกฎหมายไทย เพื่อให้ผู้มีสิทธิในการลงคะแนนสามารถใช้เจตน์จำนงของตนเองในการเลือกผู้แทนของตนได้อย่างอิสระ ปราศจากอิทธิพลครอบงำจากบุคคลอื่น ป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง เพื่อให้การลงคะแนนเสียงเป็นไปด้วยความเที่ยงธรรมและเสมอภาค และเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะต้องดำเนินการให้การเลือกตั้งโดยตรงและลับนี้เป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพด้วย
บทความโดย ฝ่ายวิจัยและงานสร้างสรรค์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
ข้อมูลอ้างอิง
[2] ปฐมพงษ์ คำเขียว, (2022). หลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่สำคัญ. แหล่งที่มา: ศาลรัฐธรรมนูญ https://go.up.ac.th/lpBXws
[6] มาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561