เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรัญญา ไชยทารินทร์ รองคณบดีฝ่ายบริหารยุทธศาสตร์และคุณภาพองค์กร คณะบริหารธุรกิจและนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา เข้าร่วมกิจกรรมนำเสนอผลการลงพื้นที่ (Field Lab) พิธีมอบใบประกาศนียบัตร และมอบรางวัล ภายใต้โครงการพัฒนาทักษะเชิงพื้นที่ ระดับ 3 สำหรับบุคลากรสายสนับสนุน ซึ่งจัดโดยกองการเจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยพะเยา ณ ลานกิจกรรม อาคารพิเคราะห์และบำบัดโรค ชั้น 1 โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา คณะแพทยศาสตร์
กิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหาร วิทยากร พี่เลี้ยง (Mentor) และผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) ร่วมรับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานจาก 10 กลุ่มโครงการ ซึ่งเป็นการนำองค์ความรู้จากการลงพื้นที่มาวิเคราะห์และประเมินผลตอบแทนทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาโครงการเชิงพื้นที่ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนอย่างยั่งยืน
ในโอกาสนี้ คณาจารย์จากคณะบริหารธุรกิจและนิเทศศาสตร์ได้มีบทบาทสำคัญในการเป็นวิทยากร พี่เลี้ยง (Mentor) และผู้เชี่ยวชาญ SROI ตลอดกระบวนการดำเนินโครงการ ประกอบด้วย ดร.จารุวรรณ โปษยานนท์ ผู้ช่วยอธิการบดี อาจารย์ณัฐวุฒิ สมยาโรณ ผู้ช่วยอธิการบดี ดร.วารัชต์ มัธยมบุรุษ รองผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อังคณา ปานเทือก รองผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อริยา เผ่าเครื่อง ประธานหลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต ดร.เรืองรอง สุวรรณการ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิรมล พรมนิล อาจารย์ประจำสาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม
การมีส่วนร่วมของคณาจารย์คณะบริหารธุรกิจและนิเทศศาสตร์ในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพด้านวิชาการและการบริการวิชาการของคณะในการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัย ตลอดจนการประยุกต์ใช้เครื่องมือการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI) เพื่อสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ โครงการพัฒนาทักษะเชิงพื้นที่ ระดับ 3 ได้มอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมจำนวน 138 คน พร้อมมอบรางวัลแก่กลุ่มที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ กลุ่ม “แอ๊บอ่องออ” รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ กลุ่ม “แกงบ่าหนุน” และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ กลุ่ม “แกงฮังเล” ซึ่งล้วนเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการองค์ความรู้กับการพัฒนาชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ