มหาวิทยาลัยพะเยาสู่เส้นทางความเป็นกลางทางคาร์บอน

มหาวิทยาลัยพะเยาสู่เส้นทางความเป็นกลางทางคาร์บอน
ตัวอักษร

เช้าวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2569 หอประชุมพญางำเมือง มหาวิทยาลัยพะเยา คึกคักไปด้วยผู้บริหาร บุคลากร และนิสิตที่ทยอยเดินทางมาร่วมงาน "SHOW & SHARE 2026" ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด "Carbon Sustainovation" คำสั้น ๆ ที่ผสมคำว่า Carbon, Sustainability และ Innovation เข้าไว้ด้วยกัน แต่เบื้องหลังคำนี้กลับแบกรับภารกิจใหญ่ นั่นคือการพามหาวิทยาลัยพะเยาก้าวไปสู่การเป็น "มหาวิทยาลัยที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน" อย่างเป็นรูปธรรม

ทำไมต้องเป็น "ความเป็นกลางทางคาร์บอน"

ทุกวันนี้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ก๊าซเรือนกระจกที่มนุษย์ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นและส่งผลกระทบในทุกมิติ ทั้งสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม หลายประเทศทั่วโลกจึงเริ่มขยับเข้าหาแนวคิด "Carbon Neutrality" หรือการทำให้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกไปเท่ากับปริมาณที่ถูกดูดซับกลับคืนมา และประเทศไทยเองก็ได้ประกาศเป้าหมายในทิศทางเดียวกันนี้เช่นกัน

มหาวิทยาลัยพะเยาในฐานะสถาบันการศึกษาที่ต้องเป็นทั้งผู้ให้ความรู้และผู้นำการเปลี่ยนแปลง จึงไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นแค่กระแส แต่ผนวกเข้าไว้ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569–2573) โดยเฉพาะในประเด็นการพัฒนาระบบการจัดการที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีธรรมาภิบาลเพื่อความยั่งยืน พร้อมตั้งเป้าหมายผลักดันอันดับ UI Green Metric World University Ranking ให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยพะเยาก็มีพัฒนาการที่ชัดเจน จากอันดับที่ 260 ของโลกในปี 2020ไต่ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงอันดับที่ 106 ของโลก และอันดับ 9 ของประเทศไทยในปี 2024สะท้อนว่าความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่ได้สูญเปล่า

เมื่อ "งานแสดงผลงาน" กลายเป็นเวทีขับเคลื่อนความยั่งยืน

งาน Show & Share ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่พิธีเปิดตามธรรมเนียม แต่เป็นเวทีที่รวบรวมความเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผู้บริหารเดินชมนิทรรศการผลงานด้านการพัฒนากายภาพและนวัตกรรมความยั่งยืนของหน่วยงานต่าง ๆ ไปจนถึงพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

รองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวเปิดงานด้วยใจความสำคัญที่ว่า แนวคิด Carbon Sustainovation ในครั้งนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และเป็นเวทีให้คณะ หน่วยงาน บุคลากร และนิสิตได้นำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการต่อยอดไปสู่การปฏิบัติจริง ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรูบนเวที ท่านยังฝากไว้ว่าความยั่งยืนเริ่มต้นได้จากเรื่องใกล้ตัว อย่างการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า การคัดแยกขยะ หรือแม้แต่การเลือกใช้ระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ก่อนหน้านั้น ดร.ปรัชญ์ ปิงเมืองเหล็ก รักษาการแทนผู้อำนวยการศูนย์สิ่งแวดล้อมและการจัดการที่ยั่งยืน ได้กล่าวรายงานถึงเป้าหมายของงานในวันนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องการเปิดพื้นที่ให้บุคลากรสายวิชาการ สายสนับสนุน และนิสิต ได้มาร่วมกันเสนอแนวทางพัฒนามหาวิทยาลัยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยครั้งนี้มีบุคลากรกว่า 44 คน และนิสิตกว่า 240 คน ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรความเป็นกลางทางคาร์บอนมาร่วมถ่ายทอดมุมมองของตัวเอง

จากภารกิจรักษ์โลกถึงรถบัสไฟฟ้า

ตลอดทั้งวันงานถูกออกแบบให้ผู้เข้าร่วมไม่ได้เป็นเพียงผู้ฟัง แต่ได้ลงมือทำจริง เริ่มจากกิจกรรม "5 ภารกิจรักษ์โลก" ที่ให้ผู้เข้าร่วมผ่านฐานต่าง ๆ จนได้รับของที่ระลึกเป็นพวงกุญแจตุ๊กตา "น้องคาร์บอน" ซึ่งอธิการบดีเป็นผู้มอบให้ด้วยตนเอง เป็นการสร้างแรงจูงใจเล็ก ๆ ที่ทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมดูเข้าถึงง่ายขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขหรือรายงานวิชาการ

ช่วงสายมีการบรรยายผลการดำเนินงานตามเกณฑ์ UI Green โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์สุวิทย์ ปัญญาวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายสิ่งแวดล้อมและภูมิทัศน์ ตามมาด้วยวงเสวนาที่น่าสนใจไม่น้อย นั่นคือการพูดคุยเรื่องพฤติกรรมของนิสิตที่หันมาใช้บริการรถโดยสาร EV Bus ของมหาวิทยาลัย ดำเนินรายการโดยนิสิตคณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์เอง สะท้อนว่าโครงการรถบัสไฟฟ้าที่มหาวิทยาลัยนำร่องใช้งานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้น ไม่ได้เป็นเพียงนโยบายจากบนลงล่าง แต่กำลังค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตนิสิตในรั้วมหาวิทยาลัยจริง ๆ

ช่วงบ่ายเป็นเวทีที่อาจเรียกได้ว่าเป็นหัวใจของงาน เพราะเป็นช่วงที่บุคลากรและนิสิตที่ผ่านการอบรมหลักสูตรความเป็นกลางทางคาร์บอนมาก่อนหน้านี้ ได้ขึ้นมานำเสนอแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง ทั้งในมุมของคนทำงานและมุมของคนเรียน ก่อนจะปิดท้ายด้วยพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับผู้ที่นำเสนอแนวทางเหล่านั้น เป็นการตอกย้ำว่าความยั่งยืนไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนในมหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมได้

ก้าวต่อไปของมหาวิทยาลัย

หากมองภาพรวม งาน Show & Share ครั้งที่ 4 นี้เป็นเหมือนจุดตัดที่ทำให้เห็นว่าความพยายามด้านสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยพะเยาที่กระจายอยู่ในหลายส่วนงาน ไม่ว่าจะเป็นการอบรมหลักสูตร Carbon Neutrality ให้ผู้บริหารและบุคลากร การผลักดันอันดับ UI Green Metric อย่างต่อเนื่องทุกปี หรือการทดลองใช้รถบัสไฟฟ้าในมหาวิทยาลัย ได้ถูกนำมาร้อยเรียงและสื่อสารออกมาให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน

คำว่า Carbon Sustainovation ที่ใช้ตั้งชื่องานในปีนี้ จึงไม่ใช่แค่สโลแกนสวย ๆ แต่เป็นการประกาศจุดยืนว่ามหาวิทยาลัยพะเยาเลือกที่จะเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนด้วยนวัตกรรมและการมีส่วนร่วมของทุกคน ไม่ใช่การสั่งการจากบนลงล่างเพียงอย่างเดียว และเมื่อพิธีปิดกิจกรรมในช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันนั้นจบลง สิ่งที่ผู้เข้าร่วมนำกลับไปคงไม่ใช่แค่พวงกุญแจตุ๊กตาน้องคาร์บอน แต่เป็นความเข้าใจที่ว่า เส้นทางสู่ความยั่งยืนของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เริ่มต้นจากการกระทำเล็ก ๆ ของทุกคนในทุกวัน

FOLLOW UP

ติดตามข่าวสาร มพ.

Facebook Official
SOCIAL MEDIA

ติดตามผ่าน TikTok มพ.

@uptiktok2026