คณะนิติศาสตร์ ม.พะเยา ร่วมเวทีเสวนาวิชาการ รำลึก “100 ปี ชาตกาล ทองใบ ทองเปาด์” สืบสานมรดกทางความคิด สู่คนรุ่นต่อไป
วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา เข้าร่วมงานรำลึก “100 ปี ชาตกาล ทองใบ ทองเปาด์” กัลยาณมิตรของประชาชน ภายใต้แนวคิด “สืบสานมรดกทางความคิด สู่คนรุ่นต่อไป” (Human Rights • Justice • Peace) เพื่อร่วมรำลึกถึงคุณูปการและสืบทอดแนวคิดด้านสิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม และสันติธรรมของศาสตราจารย์ทองใบ ทองเปาด์ นักกฎหมายผู้ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนตลอดชีวิตการทำงาน
ในการนี้ ผศ.อุดม งามเมืองสกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้เข้าร่วมเวทีเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ “สังคายนากระบวนการยุติธรรม: เปลี่ยนอย่างไรให้ประชาชนเชื่อมั่น” โดยร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอเชิงวิชาการเกี่ยวกับการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม การพัฒนาองค์กร และแนวทางการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับประชาชนอย่างยั่งยืน
ผศ.อุดม กล่าวว่า การรำลึกถึงวาระ 100 ปี ชาตกาลของอาจารย์ทองใบ ทองเปาด์ เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่า “นักกฎหมายที่แท้จริง ต้องยืนอยู่เคียงข้างประชาชน” ขณะเดียวกัน คำถามสำคัญที่สังคมต้องร่วมกันขบคิดคือ เหตุใดประชาชนในปัจจุบันจึงเกิดความเสื่อมศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรม ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการรับรู้ว่ากระบวนการยุติธรรมอยู่ห่างไกลจากประชาชน เข้าถึงได้ยาก มีค่าใช้จ่ายสูง และบางครั้งมุ่งเน้นการแข่งขันเพื่อเอาชนะกันด้วยเทคนิคทางกฎหมาย มากกว่าการมองถึงการแก้ไขปัญหาและการเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชน
ในฐานะสถาบันที่มีบทบาทในการผลิตและพัฒนานักกฎหมาย ผศ.อุดมเสนอว่า การ “สังคายนา” กระบวนการยุติธรรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องเริ่มต้นตั้งแต่ “ต้นน้ำ” คือห้องเรียนกฎหมาย เพราะการสร้างระบบยุติธรรมที่เป็นมิตรกับประชาชน ไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากการศึกษากฎหมายยังมุ่งเน้นเพียงการท่องจำตัวบทและการใช้กฎหมายเพื่อการต่อสู้คดี
หนึ่งในแนวทางสำคัญ คือ การส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านคลินิกกฎหมาย (Clinical Legal Education) เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตกฎหมายได้ลงพื้นที่และสัมผัสปัญหาจริงของประชาชน ทั้งปัญหาหนี้สิน ปัญหาผู้บริโภค และปัญหาทางกฎหมายในชีวิตประจำวัน อันจะช่วยให้นิสิตเข้าใจว่ากฎหมายมิได้เป็นเพียงตัวบทในตำรา แต่ส่งผลโดยตรงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคม
อีกแนวทางหนึ่ง คือ การปรับวิถีคิดสู่กระบวนการยุติธรรมทางเลือก โดยมองว่ากฎหมายไม่ควรเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับชี้ถูกหรือชี้ผิด แต่ควรเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา เยียวยาความเสียหาย และสร้างสันติในสังคม ทั้งนี้ การส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทควรได้รับความสำคัญในหลักสูตรนิติศาสตร์ เพื่อให้นักกฎหมายรุ่นใหม่มีทักษะในการสร้างทางออกของความขัดแย้ง และทำหน้าที่เป็น “ผู้สร้างสันติภาพในสังคม” มากกว่าการเป็นเพียง “ผู้ชนะคดี”
ทั้งนี้ ตลอดวันของการจัดงาน มีกิจกรรมทางวิชาการและกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ที่หลากหลาย อาทิ การนำชมนิทรรศการ การกล่าวเปิดงานและสดุดีเกียรติคุณ เวทีเสวนาเรื่องมรดกทางความคิดกับกฎหมายและสังคมร่วมสมัย การแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสาน การแสดงดนตรีเพื่อชีวิตและสิทธิมนุษยชน การเปิดพื้นที่เรียนรู้ “หลักสูตรนิติสามัญสำนึก (ทองใบ 101)” รวมถึงเวทีเสวนา “ฝ่าวิกฤตศรัทธา สังคายนาระบบยุติธรรม”
ในช่วงเย็น มีการอ่านบทกวีและการแสดงดนตรีเพื่อชีวิต พร้อมการพูดคุยในประเด็น จินตภาพใหม่ สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และสันติธรรม ในยุค 50 ปีหลังเหตุการณ์ ก้าวสู่หนึ่งศตวรรษประชาธิปไตย 2575 ก่อนปิดท้ายด้วยการแถลงเปิดตัว “กองทุนสิทธิมนุษยชน ทองใบ ทองเปาด์”
การเข้าร่วมเวทีเสวนาดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ในการร่วมขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนการพัฒนานักกฎหมายที่มีความรู้ควบคู่คุณธรรม มีหัวใจเพื่อประชาชน และสามารถนำกฎหมายมาใช้เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคม
“การสังคายนากระบวนการยุติธรรมที่แท้จริง จึงไม่ใช่เพียงการแก้กฎหมาย แต่คือการทำให้ทั้งระบบลดช่องว่าง และก้าวลงมาเป็น ‘กัลยาณมิตร’ ของประชาชนอย่างแท้จริง”