วันที่ 5- 6 ตุลาคม 2569 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมขับเคลื่อนแสดงจุดยืนการเป็นสถาบันวิชาการรับใช้สังคม ผ่านกลไกเครือข่ายกฎหมายและนโยบายสุขภาพภาวะ ม.พะเยา โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์อุดม งามเมืองสกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ในฐานะตัวแทนเครือข่ายภาคีภาควิชาการของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับชาติว่าด้วยปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาพ ปี 2569 (NCDH2026) พร้อมประกาศภารกิจเดินหน้าขับเคลื่อน "เครือข่ายกฎหมายและนโยบายสุขภาวะ" และ "คลินิกกฎหมาย" มุ่งเป้าหนุนเสริมการทำงานของภาคประชาสังคม ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดพะเยา เพื่อสร้างเกราะป้องกันทางสุขภาพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ งานประชุม NCDH2026 จัดโดย สสส. ร่วมกับองค์กรด้านสุขภาพระดับชาติและองค์การอนามัยโลก (WHO) มุ่งเน้นไปที่การกำกับดูแลปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ยาสูบ แอลกอฮอล์ อาหารทำลายสุขภาพ) ที่เป็นต้นเหตุให้คนไทยเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) กว่า 400,000 รายต่อปี
การประชุม NCDH2026 แบ่งรูปแบบกิจกรรมออกเป็น เวทีวิชาการ พิธีการสำคัญ และกิจกรรมทางสังคม การปาฐกถา เวทีเสวนาหลักเพื่อทำความเข้าใจภูมิทัศน์ของปัจจัยเชิงพาณิชย์ที่กำหนดสุขภาพ (CDoH) ทั้งในแง่หลักฐาน ผลกระทบ และมุมมองเชิงระบบ รวมถึงการชำแหละอำนาจเชิงพาณิชย์ กลยุทธ์ภาคธุรกิจ และแนวปฏิบัติทางการตลาดที่สร้างความเสี่ยง กิจกรรมในเวทีเสวนากลุ่มย่อยและเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาคีไทย ในการรับมือปัจจัยเสี่ยงเชิงพาณิชย์ ก่อนปิดท้ายด้วยงานเลี้ยงต้อนรับและสร้างเครือข่ายในช่วงเย็น เวทีเสวนาหลักด้วยการมุ่งเน้นการออกแบบตลาดเพื่อสุขภาพและส่งเสริมธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ ต่อด้วยเวทีเสวนากลุ่มย่อยที่ครอบคลุมประเด็นกลไกการคลัง เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม และเศรษฐกิจสุขภาพวิถีใหม่ การหารือประเด็นสำคัญเรื่องสถาปัตยกรรมธรรมาภิบาล CDoH ของไทย เพื่อเชื่อมกลไกที่มีอยู่ สู่ระบบความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ จากสถานการณ์และทิศทางการขับเคลื่อนในภาพรวมดังกล่าว คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา เล็งเห็นว่าการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากรากฐานที่เข้มแข็งในระดับพื้นที่ จึงได้ปรับแผนยุทธศาสตร์และภารกิจของ "เครือข่ายกฎหมายและนโยบายสุขภาวะ" และ "คลินิกกฎหมาย มหาวิทยาลัยพะเยา" ให้มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกในจังหวัดพะเยา โดยมีพันธกิจสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
- การเสริมพลังความรู้ทางกฎหมาย การลงพื้นที่ทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและแกนนำชุมชนในจังหวัดพะเยา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิทางสุขภาพ รู้เท่าทันกลยุทธ์ทางการตลาดของอุตสาหกรรม และกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคระดับท้องถิ่น
- การพัฒนานโยบายสาธารณะระดับพื้นที่ เป็นที่ปรึกษาเชิงวิชาการให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการยกร่างหรือใช้ข้อบัญญัติท้องถิ่น มาตรการทางกฎหมาย และกติกาชุมชน เพื่อจัดการสภาพแวดล้อมและปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่
- การเป็นกลไกไกล่เกลี่ยและคุ้มครองสิทธิ ใช้กลไกของคลินิกกฎหมาย ในการให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ และปกป้องสิทธิของชาวพะเยาที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจหรือการตลาดที่ละเมิดสิทธิทางสุขภาพ
"จากทิศทางของ สสส. ที่มุ่งเน้นการกำกับดูแลปัจจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสุขภาวะที่เป็นธรรม จะเกิดผลสัมฤทธิ์ได้จริง ต้องมีกลไกทางกฎหมายและนโยบายระดับพื้นที่มารองรับ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา โดยเครือข่ายกฎหมายและนโยบายสุขภาวะ, คลินิกกฎหมาย พร้อมใช้ความเชี่ยวชาญทางวิชาการ หนุนเสริมให้ภาคประชาสังคมและผู้นำท้องถิ่นในจังหวัดพะเยา มีเครื่องมือทางกฎหมายที่เข้มแข็งในการต่อรองและจัดการกับปัจจัยเสี่ยง เพื่อเปลี่ยนพะเยาให้เป็นต้นแบบของการบูรณาการกฎหมายเพื่อสุขภาวะระดับภูมิภาคต่อไป" การขยับตัวของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยาในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ "ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน" โดยนำองค์ความรู้ระดับชาติ มาแปลงเป็นข้อต่อสำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของชาวพะเยา ลดภาระค่ารักษาพยาบาล และสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาพอย่างแท้จริง