ม.พะเยา ผสานวิทยาศาสตร์ยกระดับภูมิปัญญา เปิดตัว “ศูนย์เรียนรู้ย้อมสีธรรมชาติแม่อิงชิโบริ” ชู “อิงธาราโมเดล” ไดรฟ์เศรษฐกิจพะเยา จากท้องถิ่นสู่แบรนด์ระดับโลก
วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 มหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดพิธีเปิด “พื้นที่การเรียนรู้และถ่ายทอดนวัตกรรมการย้อมสีธรรมชาติแม่อิงชิโบริ” ณ บ้านแม่อิงหลวง ตำบลแม่อิง อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.เสมอ ถาน้อย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย คุณกิติวรรณ จักรณรงค์ นายอำเภอภูกามยาว ร่วมกล่าวต้อนรับ และ รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิศักดิ์ ปิ่นมงคลกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดตั้งศูนย์ฯ ซึ่งมุ่งยกระดับพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการวิจัย (Research & Learning Hub) ด้านสีย้อมธรรมชาติ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้วิชาการ นวัตกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
พิธีเปิดในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนเส้นทางการเติบโตตลอด 8 ปี จากกลุ่มย้อมผ้าขนาดเล็กสู่ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบที่ได้รับการยอมรับ ผ่านการนำ “นวัตกรรมการย้อมสีธรรมชาติแม่อิงชิโบริ” ในระดับ TRL 7 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ผ่านการสาธิตและใช้งานจริงในชุมชน มาถ่ายทอดอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยชูจุดเด่นการนำวิทยาศาสตร์และเคมีเข้ามาผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น (Science + Craft) เพื่อแก้โจทย์เทคนิคการย้อมสีจากพืชธรรมชาติ เช่น ดอกดาวเรือง และใบยูคาลิปตัส ให้มีความติดทน สีไม่ตก หรือตกอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงการควบคุมคุณภาพและการสกัดสีตามมาตรฐานสากล
การดำเนินงานดังกล่าวขับเคลื่อนภายใต้กรอบพัฒนาเชิงพื้นที่ “อิงธาราโมเดล” (Ingthara Model) ที่มุ่งเปลี่ยนสินค้าชุมชนจากระดับท้องถิ่นสู่สากล (Local to Global) จนสามารถสร้างคุณค่าและเรื่องราวส่งออกผลิตภัณฑ์ย้อมสีธรรมชาติไปวางจำหน่ายในแบรนด์ระดับโลกอย่าง MUJI ณ สาขากินซ่า ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังวางกลยุทธ์ก้าวข้ามกับดักการผลิตไม่ทันความต้องการของตลาด ด้วยการขยายเครือข่ายการผลิตไปยังกลุ่มวิสาหกิจพันธมิตร เช่น เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนโลกยิ้ม เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านกำลังการผลิตและสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างเป็นระบบ
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือการยกระดับพื้นที่เรียนรู้ให้สร้างรายได้จริงตามแนวคิด “Learn & Earn” ซึ่งตลอดระยะเวลาดำเนินงาน 7 เดือน ได้มีการพัฒนาฐานเรียนรู้ จัดทำแพลตฟอร์มนวัตกรรม (Learning Innovation Platform) และชุดองค์ความรู้ 3 ชุด เพื่อบ่มเพาะและถ่ายทอดทักษะเชิงปฏิบัติการแก่ผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 200 คน พร้อมปั้นนวัตกรและวิทยากรชุมชนรุ่นใหม่ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสีย้อมธรรมชาติมากกว่า 30 เครือข่ายทั้งในระดับจังหวัดและภูมิภาค ทำให้ผู้เข้าอบรมได้รับทั้งองค์ความรู้ ทักษะอาชีพ และโอกาสสร้างรายได้ที่จับต้องได้จริง
ภูมิภาค ทำให้ผู้เข้าอบรมได้รับทั้งองค์ความรู้ ทักษะอาชีพ และโอกาสสร้างรายได้ที่จับต้องได้จริง
ในก้าวต่อไป มหาวิทยาลัยพะเยาเตรียมถอดบทเรียน “อิงธาราโมเดล” เพื่อใช้เป็นแม่แบบในการขยายผลไปยังผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์อื่นของจังหวัด มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับเศรษฐกิจภาพรวมของจังหวัดพะเยาให้เติบโต ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรองรับโอกาสจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เช่น โครงการรถไฟทางคู่ที่จะเปิดประตูการค้าและการท่องเที่ยวในอนาคต โครงการนี้จึงไม่เพียงสร้างอาชีพและรายได้แก่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังเป็นต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด Green Environment & Economy ที่ผสานการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การสร้างงานที่มั่นคง การผลิตและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ ตลอดจนการปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อให้มหาวิทยาลัย ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เติบโตเคียงคู่กันอย่างมั่นคงยั่งยืน