เมื่อโบราณสถานพันปี ถูกปลุกให้มีชีวิตด้วยพลังชุมชนและวิชาการ

เมื่อโบราณสถานพันปี ถูกปลุกให้มีชีวิตด้วยพลังชุมชนและวิชาการ
ตัวอักษร

ดินแดนแห่งอารยธรรมพันปี

ดินแดนโบราณสถานเวียงลอ แห่งอำเภอเมืองจุน จังหวัดพะเยา อวลไปด้วยร่องรอยแห่งอารยธรรมนับพันปี ในการนำชมโบราณสถานของพ่อหลวงสุเวช กาทา ผู้ใหญ่บ้านบ้านเวียงลอ หมู่ 11 เรื่องราวในอดีตได้ถูกถ่ายทอดอย่างมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเป็น "วัดแก้มแดง" ที่ได้ชื่อมาจากดงต้นมะม่วงแก้มแดงในอดีต หรือ "วัดพระเจ้าเข้ากาด" ที่เคยขุดพบพระพุทธรูปหินทรายจำนวนมากจนชาวบ้านขนานนามว่าเป็นตลาดพระ หรือ "กาด" ตามภาษาถิ่น

ไปจนถึงแนวกำแพงเมืองโบราณที่ทอดยาว ซึ่งเคยมีการขุดค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณไร้ศีรษะจำนวน 3 โครง สันนิษฐานว่าเป็นกลุ่มนักล่าหัวหรือนักโทษอุกฉกรรจ์ โดยผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจากประเทศเยอรมนียืนยันอายุขัยยาวนานตั้งแต่ 500 ถึง 1,400 ปี นี่คือฐานทุนทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้เวียงลอไม่ใช่แค่ซากอิฐและตำนาน แต่เป็นต้นทุนสำคัญของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในเวลาต่อมา

จุดเริ่มต้นจากใจ ไม่ใช่จากงบประมาณ

พ่อหลวงสุเวชเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการปลุกชีวิตโบราณสถานให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนว่า เริ่มต้นจากชาวบ้านเพียงไม่กี่คนที่รวมตัวกันด้วยใจและความสมัครใจ ปราศจากการบังคับ ในช่วง 5-6 ปีแรก ชุมชนต้องพึ่งพาตนเองและค่อย ๆ ก้าวเดินทีละก้าว โดยไม่มีงบประมาณสนับสนุนจากภายนอกแม้แต่บาทเดียว

กระทั่งชุมชนวางระบบการจัดสรรรายได้ที่ยั่งยืนตามแนวทาง "บ้าน วัด โรงเรียน" เช่น การให้บริการรถซาเล้งนำเที่ยวราคา 300 บาท ก็จะถูกแบ่งเข้าโรงเรียน 50 บาท เข้าวัด 50 บาท เข้ากองทุนชุมชน 50 บาท และเป็นรายได้ของเจ้าของรถ 150 บาท ระบบเช่นนี้เองที่ทำให้เวียงลอเติบโตอย่างมีรากฐาน ไม่ใช่การพัฒนาที่พึ่งพิงเงินอุดหนุนจากภายนอกเพียงอย่างเดียว

การสนับสนุน

เมื่อภาครัฐและมหาวิทยาลัยพะเยาเข้ามาเสริมพลัง

หลังจากชุมชนวางรากฐานด้วยตนเองได้ระดับหนึ่ง ความร่วมมือจากหน่วยงานพัฒนาชุมชนและสถาบันการศึกษาก็เริ่มเข้ามาเสริมพลัง ทั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายที่ส่งเสริมการทำดอกไม้ประดิษฐ์จากตอก และ มหาวิทยาลัยพะเยา ที่เข้ามาช่วยวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งศาลา ห้องน้ำ และไฟฟ้า จนเวียงลอคว้ารางวัลชนะเลิศระดับชุมชนต้นแบบได้สำเร็จ

การขับเคลื่อนนี้สอดรับกับภาพใหญ่ในระดับนโยบายจังหวัด คุณชมพูนุท อุ่นเรือน ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา กล่าวถึงโครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำและมัคคุเทศก์ท้องถิ่นในหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี 9 หมู่บ้าน จำนวน 50 คน ตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา (นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ) ที่มุ่งสร้างรายได้แก่ครัวเรือนฐานราก ผ่านการดึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า ทั้งเมนูอาหารพื้นบ้าน การพัฒนาของที่ระลึกจากวัตถุดิบในชุมชน และการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยพะเยาเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้การจัดทำแพ็กเกจท่องเที่ยว ตลอดจนเทคนิคและมาตรฐานการเสิร์ฟอาหารขันโตกต้อนรับผู้มาเยือน

มิติทางวิชาการ

บทบาทของ ผศ.ดร.สุริยา สุวรรณทิพยโชติ จากสาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม คณะบริหารธุรกิจและนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา

หนึ่งในกำลังสำคัญที่เข้ามาทำหน้าที่วิทยากรเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ 10 ชุมชนท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา ผศ.ดร.สุริยา สะท้อนมุมมองว่าเวียงลอเป็นชุมชนต้นแบบที่มี "ฐานทุนทางประวัติศาสตร์" และกลุ่มกิจกรรมหัตถกรรมอย่าง "กลุ่มเวียงลอคราฟต์" ที่เข้มแข็งอยู่แล้วในตัวเอง การเข้ามาของมหาวิทยาลัยพะเยาจึงไม่ใช่การเริ่มต้นจากศูนย์ แต่มุ่งเน้นการ ยกระดับมาตรฐานการบริการ ด้วยองค์ความรู้เฉพาะทางด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น

  • ทักษะมัคคุเทศก์ท้องถิ่น
  • มารยาทและเทคนิคการเสิร์ฟอาหาร
  • จิตวิทยาการบริการนักท่องเที่ยว

ที่น่าสนใจคือ มหาวิทยาลัยพะเยายังนำ นิสิตนักศึกษาลงพื้นที่จริง เพื่อร่วมฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชาวบ้าน นับเป็นการผสานพลังระหว่างวิชาการ นโยบายรัฐ และหัวใจของคนในท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเวียงลอให้เติบโตอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน

กิจกรรม 2 วัน 1 คืน "แห่งความสุข @เวียงลอ"

ผลลัพธ์ของความร่วมมือระหว่างชุมชน มหาวิทยาลัยพะเยา และหน่วยงานภาครัฐ ไม่ได้อยู่แค่ในกระดาษ แต่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวชุมชนที่จับต้องได้จริง ดังเช่นกิจกรรม "2 วัน 1 คืน แห่งความสุข ที่เวียงลอ" ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 สิงหาคม ภายใต้แนวคิด เรียนรู้ สร้างสรรค์ อิ่มอร่อย ประทับใจ

วันที่ 1 (24 ส.ค.) เริ่มต้นด้วยการต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ พร้อมเครื่องดื่มน้ำตะไคร้ใบเตยและขนมต้มแบบพื้นบ้าน ก่อนเข้าสู่ฐานกิจกรรมเรียนรู้ในช่วงบ่าย ทั้งการทำข้าวแคบ การตัดตุง และการสกรีนกระเป๋าผ้า ซึ่งล้วนเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดผ่านมือของคนในชุมชนเอง ปิดท้ายวันด้วยมื้อค่ำและการชมการแสดงช่างฟ้อนพื้นเมือง

วันที่ 2 (25 ส.ค.) เริ่มต้นเช้าด้วยอาหารพื้นถิ่น ก่อนออกเดินเที่ยวชมโบราณสถาน ไหว้พระ และเยี่ยมชม "เวียงลอคราฟต์" พร้อมเรียนรู้การจักสานจากชาวบ้าน จากนั้นรับประทานอาหารเที่ยงและชมสาธิตการปั้นขนมจีบและซาลาเปา ก่อนเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพในช่วงบ่าย

กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นภาพความสำเร็จของการผสานองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับวิถีชีวิตและภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในแง่มาตรฐานการต้อนรับ ลำดับกิจกรรม และการนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างมีคุณภาพ

การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนบนฐานของคนในพื้นที่

เป้าหมายของเวียงลอไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนมาเยือนมากขึ้นเท่านั้น แต่คือการสร้าง "รายได้ที่กระจายอย่างเป็นธรรม" ให้ครัวเรือนฐานราก ผ่านระบบแบ่งปันผลประโยชน์แบบบ้าน-วัด-โรงเรียนที่ชุมชนวางไว้เอง ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานการบริการให้ทัดเทียมแหล่งท่องเที่ยวระดับสากล ด้วยองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยพะเยาและหน่วยงานภาครัฐ

สิ่งที่ทำให้เวียงลอแตกต่างจากที่อื่น คือการที่ชุมชนไม่เคยรอคอยความช่วยเหลือ แต่ลงมือทำก่อนด้วยใจ แล้วจึงเปิดรับความรู้และทรัพยากรจากภายนอกมาต่อยอด นี่คือสูตรความสำเร็จที่ทำให้เวียงลอ เมืองจุน พะเยา กลายเป็นชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างแท้จริง 

ที่ซึ่งประวัติศาสตร์พันปี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และองค์ความรู้ทางวิชาการ เดินไปด้วยกันอย่างกลมกลืน

FOLLOW UP

ติดตามข่าวสาร มพ.

Facebook Official
SOCIAL MEDIA

ติดตามผ่าน TikTok มพ.

@uptiktok2026