อุทยานวิทยาศาสตร์ ม.พะเยา ร่วมให้การต้อนรับ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เชื่อมโยงนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล

อุทยานวิทยาศาสตร์ ม.พะเยา ร่วมให้การต้อนรับ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เชื่อมโยงนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล
ตัวอักษร

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 66 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) พร้อม น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.อว. รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ รมว.กระทรวง อว. โดยมี ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ผู้บริหาร มช. และ ผอ.อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศให้การต้อนรับ โดยมีการนำเสนอนิทรรศการผลงานความสำเร็จภายใต้การดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (Economic Corridor) โดยอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สันธิวัฒน์ พิทักษ์พล ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี พร้อมเจ้าหน้าที่ นำผลงาน Blue Spira นวัตกรรมสาหร่ายสไปรุลินาเพื่อลดน้ำตาลและไขมันในเลือด Pow Zukar Q โดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยพะเยากับบริษัท ซีเอ็มเอช เชียงใหม่โฮลดิ้ง จำกัด และ บริษัท พาวมิราเคิล จำกัด พัฒนาต่อเนื่องด้วยการร่วมทุนวิจัยและพัฒนา Blue Spira ในโครงการวิจัยในมนุษย์ด้วยการบริโภคและตรวจเลือดอาสาสมัครจำนวนมาก ภายใต้ความเห็นชอบของคณะกรรมการจรรยาบรรณจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โดยทุนโครงการ IDE (ผศ.ดร.รัฐภูมิ พรหมณะ : หัวหน้าโครงการ) และ ทุนโครงการวิจัย IRTC (ดร.วิทวัส สัจจาพงศ์ : หัวหน้าโครงการ) จากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  ส่งผลให้เกิดการยกระดับการแข่งขันทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ ด้วยผลของการวิจัยในมนุษย์ครั้งแรกของไทยที่ยืนยันผลการลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดของอาสาสมัครจากการรับประทาน Blue Spira เป็นประจำทุกวันเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ติดต่อกัน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของไต ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการยอมรับและมียอดจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง



จากนั้น น.ส.ศุภมาส ให้นโยบายว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ช่วยส่งเสริมการกระจายโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กับประชาชน ในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมให้เกิดมูลค่าเพิ่มในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ ถือเป็นการกระจายโครงสร้างพื้นฐานด้าน ววน. สู่ภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมและสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับพื้นที่ภูมิภาคอย่างมหาศาล เกิดการจ้างงาน เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยนวัตกรรม เกิดการพัฒนาของธุรกิจทุกขนาดในพื้นที่ด้วยระบบนิเวศนวัตกรรมที่เติมเต็มอยู่อย่างต่อเนื่อง

 

“ที่สำคัญ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค มีจุดเด่นในการการเชื่อมโยงอัตลักษณ์พื้นถิ่นซึ่งสามารถที่จะเชื่อมโยงกับนโยบาย Soft Power ของรัฐบาลได้อย่างดี และมีการส่งเสริมนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมในพื้นที่ เพื่อพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (Economic Corridor) ใน 4 ภูมิภาค ซึ่งจะเป็นการเปิดประตูเศรษฐกิจภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งและการค้าของประเทศ ซึ่งอุทยานวิทยาศาสตร์จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่บนฐานนวัตกรรม” น.ส.ศุภมาส กล่าวและว่า


 

กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคและพร้อมจะผลักดันอย่างเต็มที่เพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการไทย ให้อุทยานวิทยาศาสตร์มีบทบาทนำในการจัดทำแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจในภูมิภาคอื่นๆ เพื่อกระจายความเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในทุกพื้นที่ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกบริการที่สำคัญในภูมิภาคอาเชียนและระดับโลกด้วยการ “ใช้นวัตกรรมนำประเทศ” อย่างเป็นรูปธรรม

FOLLOW UP

ติดตามข่าวสาร มพ.

Facebook Official
SOCIAL MEDIA

ติดตามผ่าน TikTok มพ.

@uptiktok2026