คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ขอแสดงความยินดีกับโครงการ “การพัฒนากระบวนการตากแห้งโกโก้สำหรับโดมพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยเทคโนโลยีไอโอทีเพื่อการเพิ่มมูลค่าผลผลิตแก่เกษตรกร” โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุธรรม อรุณ นักวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยพะเยาเป็นหัวหน้าโครงการ ได้รับรางวัลนวัตกรรมทางสังคมเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนและความยั่งยืน (Social Innovation for Community Well-Being and Sustainability) ภายใต้หน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม ประจำพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 2 ปีงบประมาณ 2568 (Social Innovation Driving Unit: SID) สถาบันนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยพะเยา ในการประชุมวิชาการระดับชาติ “พะเยาวิจัย ครั้งที่ 15” ภายใต้หัวข้อ “SDG Global Connect : Learning from Best Practices” จากผลการดำเนินงานด้านการวิจัยและการพัฒนาที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เมื่อวันอังคารที่ 27 มกราคม 2569 ณ ห้อง UB002 อาคาร 99 ปี พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง ธมฺมปญฺโญ) มหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งจัดขึ้นโดยกองบริหารงานวิจัย
"ศูนย์เรียนรู้ปลูกโกโก้บ้านนาปง" ตำบลออย อำเภอปง จังหวัดพะเยา เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการปลูกโกโก้สำหรับเกษตรกรในชุมชนและเยาวชนที่สนใจ และในปัจจุบัน ห้างหุ้นส่วนจำกัด พงศ์ธยศได้ดำเนินการแปรรูปผลผลิตจากโกโก้ให้มีมูลค่าสูงขึ้นและสามารถแข่งขันในตลาดได้ โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันดำเนินการผลิตเมล็ดโกโก้แห้งผ่านกระบวนการหมักและตากแห้งแบบดั้งเดิม แต่ประสบปัญหาคุณภาพไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในการตากได้ จึงเป็นที่มาของการพัฒนาโรงเรือนอัจฉริยะสำหรับตากโกโก้ด้วยเทคโนโลยี IoT ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เมล็ดโกโก้หมักแห้งเพื่อการแปรรูป ช็อกโกแลตที่ผลิตจากเมล็ดโกโก้ภายในกลุ่ม นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมและให้ความรู้การแปรรูปโกโก้เบื้องต้นในชุมชน
จากการลงพื้นที่เพื่อวิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้น พบว่าในกระบวนการผลิตเมล็ดโกโก้เมล็ดแห้งประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การเก็บเกี่ยวผลสด การหมัก การตากแห้ง การบรรจุ และจำหน่าย ซึ่งกระบวนการตากนั้นยังไม่สามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ในการตากได้ เช่น อุณหภูมิ และความชื้นภายในโรงเรือน ทำให้เมล็ดโกโก้ที่ผลิตได้มีคุณภาพต่ำ ไม่สามารถนำสู่ท้องตลาดได้ตามจำนวนที่กำหนด เมล็ดโกโก้ตากแห้งที่ไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐานมีสาเหตุจากการไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิ และความชื้นภายในโรงเรือน จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้ ขึ้นรา มีรสเปรี้ยว และฝาด
โครงการวิจัยนี้จึงมุ่งพัฒนาโรงเรือนตากแห้งโกโก้อัจฉริยะที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เพื่อควบคุมและติดตามอุณหภูมิและความชื้นให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมต่อกระบวนการตากแห้งโกโก้ ระบบดังกล่าวสามารถแสดงผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ และจัดเก็บข้อมูลเป็นฐานข้อมูลกลาง เพื่อใช้เป็นองค์ความรู้และแนวทางอ้างอิงในการตากแห้งโกโก้ในพื้นที่ภาคเหนือ ตลอดจนยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานการแปรรูปและการส่งออก
ความสำเร็จของโครงการนี้นับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามกรอบ SDGs ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม