ทำไมนักรัฐศาสตร์ ต้องรู้จักบิตคอยน์
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.มนตรา พงษ์นิล คณบดีคณะ รัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ พร้อม ดร.สันทราย วงษ์สุวรรณ ผู้ช่วยคณบดี จัดกิจกรรมการจัดงานเสวนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในหัวข้อ “Bitcoin: เงินของคนรุ่นใหม่ โอกาสของพะเยา” เพื่อเสริมสร้างทักษะการวางแผนด้านการเงินในอนาคต ร่วมกับทีมงาน Sideway Thinker ที่มีวัตถุประสงค์ในการรวมกลุ่มเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการเงินที่เป็นประโยคต่อเยาวชนและสังคม โดยได้มีการจัดกิจกรรมให้ความรู้ เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนกับนิสิตคณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
โดยคณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา มีความประสงค์จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านการเงินสมัยใหม่ เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านการเงินดิจิทัลแก่เยาวชน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยมุ่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับระบบการเงินยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในระดับโลก ครอบคลุมคริปโทเคอร์เรนซี เช่น Bitcoin เทคโนโลยีบล็อกเชน สินทรัพย์ดิจิทัล และแนวโน้มการเงินดิจิทัล ที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นในเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการทำงาน โอกาสและความเสี่ยงของการลงทุน ความปลอดภัยทางไซเบอร์ กฎหมายและการกำกับดูแล เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจทางการเงินและใช้เทคโนโลยีได้อย่างรอบคอบ นอกจากนี้ยังช่วยให้เห็นบทบาทของการเงินดิจิทัลต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคต อันจะเสริมสร้างศักยภาพในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของประชาคมโลก และสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินดิจิทัลให้แก่สังคมอย่างยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจากวิทยากรที่มากประสบการณ์ อาจารย์พิริยะ สัมพันธารักษ์ บรรยายในหัวข้อ ทำไมนักรัฐศาสตร์ ต้องรู้จักบิตคอยน์ รองศาสตราจารย์ ดร.วัชรพล พุทธรักษา ที่ร่วมเปิดมุมมองเศรษฐกิจผ่านการเปิดตัวหนังสือ ออสเตรียน 101 เข้าใจเศรษฐกิจด้วยวิธีคิดแบบนักเศรษฐศาสตร์ และร้อยโทณัฐกิตติ์ ทั่งทอง และทีมงาน Sideway Thinker ในหัวข้อ ปลูกเมล็ดพันธุ์อนาคตพะเยาในโลกบิตคอยน์

นอกจากนี้ กิจกรรมยังมุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจบทบาทของการเงินดิจิทัลในบริบทของเศรษฐกิจโลกและสังคมดิจิทัล รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบการทำธุรกรรมการประกอบอาชีพ และโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคต อันจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนและประชาชนในการปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของประชาคมโลก และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต การทำงาน และการพัฒนาชุมชนได้อย่างยั่งยืน

การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทสถาบันการศึกษาในการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและดิจิทัลให้แก่สังคม เสริมสร้างพลเมืองที่มีความรู้เท่าทันเทคโนโลยี เข้าใจความเสี่ยงและโอกาสของระบบการเงินใหม่ และพร้อมก้าวสู่อนาคตในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและข้อมูลข่าวสารอย่างมีคุณภาพและรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม