วันอังคารที่ 7 เมษายน 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา เป็นประธานกล่าวเปิดงานและกล่าวต้อนรับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภาและคณะ เนื่องในโอกาสมาบรรยายพิเศษ เรื่อง “การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา ตามมาตรฐานวิชาชีพเพื่อการประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2567” ภายใต้โครงการการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรและกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–8 เมษายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยพะเยา

รองศาสตราจารย์ ดร.รักษิต สุทธิพงษ์ คณบดีวิทยาลัยการศึกษา กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดโครงการ โดยการจัดโครงการในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา พร้อมคณะ เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ ถ่ายทอดแนวทางการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกำกับคุณภาพการผลิตครูของประเทศ โดยช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนาหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 80 คน ประกอบด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรจากคณะร่วมผลิต ซึ่งล้วนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการผลิตครูคุณภาพในอนาคต

โครงการดังกล่าวสะท้อนบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยพะเยาในการขับเคลื่อนการผลิตครูให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยมุ่งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของคุรุสภาแก่ผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถพัฒนาหลักสูตรได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด อันเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพบัณฑิตครูให้มีสมรรถนะทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ

โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของวิทยาลัยการศึกษาและคณะร่วมผลิต ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และร่วมกันพัฒนาหลักสูตรครุศาสตร์ให้ทันสมัย ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของบริบททางการศึกษา และความต้องการของสังคมในศตวรรษที่ 21
มหาวิทยาลัยพะเยาเชื่อมั่นว่า การพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้าง “ครูมืออาชีพ” ที่มีความรู้ ความสามารถ และจรรยาบรรณวิชาชีพ สามารถพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพ และมีส่วนร่วมในการยกระดับระบบการศึกษาของประเทศอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับปณิธาน “ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน” ต่อไป