ม.พะเยา ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อชุมชนสู่เวทีโลก ชูผลงานวิจัยและการพัฒนาที่ยั่งยืน ในเวที IEEE R10-HTC 2026
วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.เสมอ ถาน้อย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยพะเยา ได้รับเชิญเป็นองค์ปาฐก (Change Address to Speaker) ในงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ 2026 IEEE Region 10 Humanitarian Technology Conference (R10-HTC) ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร เพื่อนำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนความเข้มแข็งของชุมชนผ่านแนวคิด “Beyond SDGs: Well-Being in the Age of Technology” ด้วยการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI) ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นภายใต้ปรัชญา “ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน”
การบรรยายดังกล่าวได้ขยายผลงานวิจัยเชิงพื้นที่และโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การรักษาพื้นที่ป่าธรรมชาติภายในมหาวิทยาลัยกว่า 70% (จาก 2,039 ไร่) ให้เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนและห้องปฏิบัติการวิจัยที่มีชีวิต (Living Lab), การปรับปรุงพันธุ์พืชจนได้รับการจดทะเบียนรับรองพันธุ์พืชใหม่ ได้แก่ ข้าวพันธุ์ “หอม มพ.1”, การยกระดับเกษตรกรสู่ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เชิงพาณิชย์ UP 242 และ UP 227, การพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าปศุสัตว์ “UP Beef & Quality Buffalo” ในพื้นที่พะเยา เชียงราย และแพร่, ตลอดจนนวัตกรรมเชิงพื้นที่ “Mae ing Shibori” ที่นำวิทยาศาสตร์เคมีและเทคโนโลยีแช่เยือกแข็ง (Freeze-Drying) มายกระดับผ้าย้อมสีธรรมชาติ ภายใต้ “Ingtara Model” จนสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ไปวางจำหน่ายในแบรนด์สากลอย่าง MUJI ณ สาขากินซ่า ประเทศญี่ปุ่น ควบคู่กับการสร้างรายได้จริงผ่านแนวคิด “Learn & Earn”
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังยกระดับการทำงานเชิงพื้นที่จาก “1 คณะ 1 โมเดล” สู่ “1 คณะ 1 SDG ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม” (1 Faculty 1 SDG by AppTech Approach) ขยายผลสู่นวัตกรรมชุมชน 22 พื้นที่เป้าหมายใน 9 อำเภอของจังหวัดพะเยา พร้อมทั้งนำเสนอโครงการประเมินคาร์บอนในพื้นที่เมือง (Carbon Locker) เพื่อสร้างฐานข้อมูลเมืองสีเขียว, การแปรรูปผลิตภัณฑ์นวัตกรรมชุมชน (UP Products), และการจัดตั้ง “ศูนย์สัมฤทธิ์สุข” เป็นโมเดลต้นแบบดูแลผู้สูงอายุในชุมชนแม่สาย ซึ่งบูรณาการร่วมกับระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (UP Lifelong Learning) และรายวิชาศึกษาทั่วไป (General Education) เพื่อบ่มเพาะนิสิตและคนในชุมชนให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change-Agent)
ผลการดำเนินงานทั้งหมดสะท้อนถึงบทบาทความสำเร็จของมหาวิทยาลัยพะเยา ในการยกระดับสู่ศูนย์กลางระดับประเทศ (Nation Hub) ด้านการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) รวม 34 พื้นที่ทั่วประเทศ และการคว้ารางวัลองค์กรวิจัยดีเด่น Thailand Talent Award ประจำปี 2025 และ 2026 อีกทั้งยังมีนักวิจัยติดอันดับ World's Top 2% Scientists ตลอดจนครองอันดับ 8 ของประเทศไทย (อันดับ 96 ของโลก) จาก UI GreenMetric 2025 ซึ่งการนำเสนอผลงานบนเวทีระดับสากลครั้งนี้ ตอกย้ำความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีอุบัติใหม่และงานวิจัยมาตอบโจทย์มนุษยธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้มหาวิทยาลัย ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เติบโตเข้มแข็งไปด้วยกันอย่างแท้จริง